Browsed by
ป้ายกำกับ: Movies

เรื่องราวมหากาพย์ Star Trek

เรื่องราวมหากาพย์ Star Trek

สตาร์ เทรค สงครามพิฆาตจักรวาล

สตาร์ เทรค สงครามพิฆาตจักรวาล 

สตาร์ เทรค สงครามพิฆาตจักรวาล (อังกฤษ: Star Trek)เป็น ภาพยนตร์ อเมริกัน แนว ผาดโผน นิยายวิทยาศาสตร์ ฉายเมื่อปี

ค.ศ. 2009 ดูแลโดยเจ.เจ. แอบรัมส์ เขียนบทโคย โรเบอร์ โตโอร์ซี และ อเล็กซ์ เร์ตซ์แมน ภาพยนตร์ เรืองที่ สิบเอ็ด ใน แฟรนไชส์

ภาพยนตร์ สตาร์ เทรค และยังเป็น ภาพยนตร์ วีรบุต ที่มีตัวละคร หลักจาก ละคร ตั้งเดิม ของ สตาร์ เทรค ที่แสง โดยนักแสดง ใหม่

และ เป็น ภาพยนตร์ เรืองแรก ในรูปภาพยนตร์ ชุดรีบูต ภาพยนตร์เล่า ราว ของ เจมส์ คราว. เคิร์ก (คริส ไพน์) รวมทั้งสป็อก (แซกคา

รี ควิน โต) ที่ กำลังทำหน้าที บนยานอวกาศ ยูเอสเอ สเอ็นเตอร์พงพีซ์ พวกเขาต่อสู้ กับ นี โร (อีริก บานา ) ชาว โรมูส้นที มาจาก

อนาคต และก็ อยากได้ทำลายสมาพันธ์ ที่ ดวงดาว ภาพยนตร์ เต็นเรือง ในเวลาที่ แตกต่าง เพราะว่า การเต้นทาง ผ่าน เวลา ของน็

โรรวมทั้งสปีอก คน เก่า (เลเนิร์ด นี้ มอย) นำมาซึ่งการก่อให้เกิด การผลิต เส้นเวลา ใหม่เพือพยายาม ปลดปล่อย ภาพยนตร์ และ แฟ

รนไซส์ จาก ข้อกำหนด ด้าน ความเกี่ยวเอง ที่ ได้ สร้างไว้ ในเวลาเดียวกัน ก็ รักษา ส่วนประกอบ ของ เรื่องราว ดั้งเดิม เอาไว้

มีการพูดคุยถึงแนวคิดของภาพยนตร์พรีเควลที่เล่าเรื่องราวของตัวละคร สตาร์ เทรค ในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่กำลังเรียนอยู่

ใน สถาบันสตาร์ฟลีต โดย ยีน ร็อดเดนเบอร์รี ผู้สร้างละครโทรทัศน์เมื่อปี ค.ศ. 1968 แนวคิดนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายทศวรรษ

1980 เมื่อ ฮาร์ฟ เบนเนตต์ นักเขียนบทภาพยนตร์ เสนอแนวนี้ แต่ก็รับการปฏิเสธโดยร็อดเดนเบอร์รีในเวลาต่อมา หลังภาพยนตร์ 

ตาร์ เทรค: เนเมซิส ประสบความล้มเหลวทั้งในด้านคำวิจารณ์และรายได้และการยกเลิกละครโทรทัศน์ สตาร์ เทรค: เอนเทอร์ไพร

ซ์ ริก เบอร์แมน ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารของแฟรนไชส์และนักเขียนบท เอริก เจนเดร์เซน ได้เขียนบทภาพยนตร์ สตาร์ เทรค:

เดอะบีกินนิง ดำเนินเรื่องหลังละครโทรทัศน์ เอนเทอร์ไพรซ์ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สร้าง หลังการแยกตัวระหว่างบริษัท ไวอาคอมและซี

บีเอสคอร์เพอเรชัน ในปี ค.ศ. 2005 อดีตประธานของ พาราเมาต์พิกเจอส์ เกล เบอร์แมน โน้นน้าวให้ซีบีเอสอนุญาตให้พาราเมาต์

สร้างภาพยนตร์ใหม่ในแฟรนไชส์ โอร์ซีและเคิร์ตซ์แมน ซึ่งทั้งคู่เป็นแฟนของ สตาร์ เทรค ได้รับการทาบทามให้เขียนบทภาพยนตร์

เรื่องนี้ และ เจ.เจ. แอบรัมส์ ได้รับการทาบทามให้กำกับภาพยนตร์ เคิร์ตซ์แมนและโอร์ซีใช้แรงบันดาลใจจากนวนิยายและ

วิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษา เช่นเดียวกับตัวละครโทรทัศน์เอง การถ่ายทำหลักเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 และสิ้น

สุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 2008 ภาพยนตร์ถ่ายทำที่บริเวณรอบ ๆ รัฐแคลิฟอร์เนียและยูทาห์ แอบรัมส์ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้

ฉากฟ้าและฉากเขียน เลือกที่จะใช้การสร้างฉากและถ่ายทำในสถานที่แทน การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการปกปิดเป็นความลับ

อย่างมาก โดยภาพยนตร์ถ่ายทำในชื่อปลอมชั่วคราวว่า คอร์เพอเรตเฮดควอเตอร์ส์ อินดัสเทียลไลต์แอนด์แมจิก ใช้ยานอวกาศ

ดิจิทัลสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ แทนที่การใช้แบบจำลองย่อส่วนเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ ในแฟรนไชส์ การสร้างภาพยนตร์

สิ้นสุดในช่วงปลายปี ค.ศ. 2008

มีการ ประชาสัมพันธ์ ภาพยนตร์ อย่างหนัก ใน ช่วงหลายเดือน ก่อนการ ฉาย ภาพยนตร์ฉายล่วงหน้า ใน บางเมือง ที่ได้รับ เลือกทั่วทั้งโลก ได้แก่ ฮอสติน, รัฐเท็กซัส, ซิดนีย์, ประเทศออสเตรเลีย แล้วก็แคลกรี, แอล เบอร์ตา ภาพยนตร์ฉายใน สหรัฐ ตอนวันที่ 8 เดือนพฤษภาคม คริสต์ศักราช 2000 ได้รับ การตอบกสับ ที่จาก นักวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็ บรรลุผลสำเร็จใน บ็อกซ์ สถานที่ทำงาน ภาพยนตร์ ทำเงิน 385.7 ล้านดอลลาร์ สหรัฐทั้งโลก จากทุน สร้าง 150 ล้าน ตอลลาร์ สหรัฐ ภาพยนตร์ ได้รับ การเสนอชื่อ ในรางวัล ต่างๆ รวมถึง การเสนอชื่อ ในรางวัลออสการ์ สี สาขาในงาน ประกาศผลรางวัล ออสการ์ ครั้งที่ 82ภาพยนตร์ ชนะ สาขา เสริมสวย ดีเลิศ ทำให้ เป็น ภาพยนตร์ สตาร์ เทรค เรื่องแรกที่ ชนะรางวัล ออสการ์ ภาพยนตร์ ตามมา ด้วย ภาคต่อ สตาร์ เทรค ทะยานสู่ห้วงมีค และ สตาร์เทรค ผ่าน ขอบจักรวาล ฉาย ในปี ค.ศ. 2013 และ ค.ศ. 2016 เป็นสำดับ

ดูหนังออนไลน์

A Walk to Remember หนังโรแมนติก

A Walk to Remember หนังโรแมนติก

ภาพยนตร์ A Walk to Remember

ภาพยนตร์ A Walk to Remember  ถ้าย้อนกลับไปดูสิ่งที่ชาวมิลเลนเนียลบริโภคกันในเชิงป๊อปคัลเจอร์ปี 2002 หลายคนก็น่าจะฟัง

เพลง ‘Complicated’ ของ Avril Lavigne หรือ ‘A Thousand Miles’ ของ Vanessa Carlton วนไปร้อยรอบพันรอบ เช่นเดียวกับ

BLINK ที่กำลังฟังเพลง Kill This Love อยู่ในขณะนี้ สามารถดูริวิวหนังเพิ่มเติมได้ที่นี่

ส่วนถ้าภาพยนตร์ก็มี อาทิ Minority Report8 MileCatch Me If You CanHarry Potter and the Chamber of Secrets หรือ

ถ้าอยากหวือหวาขึ้นอีกหน่อยก็มีเรื่อง Unfaithful

แต่ในยุคเดียวกันนั้นยังมีหนังอีกเรื่องที่ถึงแม้นักวิจารณ์จะไม่ชื่นชอบนัก แต่ก็เป็นเรื่องในดวงใจของหลายคน เรากำลังพูดถึง A

Walk to Remember นั่นเอง

A Walk to Remember เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกดราม่า สไตล์ Coming of age ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือขายดีของนักเขียน

ชาวอเมริกันมือทอง นิโคลัส สปาร์กส์ ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องอื่นอย่าง The NotebookDear John และ Message In A Bottle โดยตี

พิมพ์ในปี 1999 และนิโคลัสได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของน้องสาวตัวเอง แดเนียลล์ สปาร์กส์ เลวิส ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

ภาพยนตร์ A Walk to Remember เล่าราว ของ Landon (แสดง โดย เชน เวสต์) วัยรุ่นชายหนุ่ม สุด เกร ที่ โดน ลงโทษ ให้ไป ช่วย

กิจกรรม ช่วยเหลือ สังคม ของ สถานที่เรียน(Community Service) ซึ่ง หน็ง ใน นั้น คือ การ ต้อง เล่นละคร เวที ที่ เขา ไม่ ถนัด

อย่างยิ่ง แล้วก็ตกลงใจ ขอความช่วยเหลือ จาก Jamie (แสคง โดย แมน คิ้ มัวร์) หญิงสาวสุด เป็นระเบียบเรียบร้อย ที่ รู้จัก กัน ตั้งแต่

ยเด็ก แต่ ไม่เคย สนิท กัน โดยต่อจากนั้น ทั้งคู่ ก็เริ่ม ตกหลุมรัก แม้กระนั้น Jamie ก็รู้ว่า ความสัมพันธ์ ใน คราวนี้ จะไป ไม่รอด

เพราะเหตุว่า เธอ กำลัง เผชิญ โรคลูคี ภรรยา และ ร่างกาย ก็ ทรุด ลง เรื่อยๆ

ภาพยนตร์ A Walk to Remember 

 

A Walk to Remember กำกับโดย อดัม แชงก์แมน ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหนัง ทั้ง Step Up และเรื่อง The Wedding

Planner ที่เขากำกับเป็นครั้งแรก ซึ่ง A Walk to Remember ก็ทำเงินไปราว 47 ล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก ด้วยทุนสร้างราว 12 ล้าน

เหรียญ และใช้เวลาถ่ายทำแค่ 39 วันในเมืองวิลมิงตัน รัฐนอร์ทแคโรไลนา แถมหลายฉากยังใช้โลเคชันร่วมกันกับซีรีส์ชื่อ

ดัง Dawson’s Creek

และบทบาท Jamie ใน A Walk to Remember ก็ช่วยส่งให้แมนดี้ มัวร์ ซึ่งตอนนั้นเธอเพิ่งอายุ 17 ได้แจ้งเกิดฐานะนักแสดงและ

นางเอกอย่างเต็มตัว โดยเธอได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากงาน MTV Movie Awards และ Teen Choice Awards

ติดไม้ติดมือกลับมาอีกด้วย

มากไปกว่านั้น ถึงแม้แมนดี้จะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะนักร้องป๊อปที่มีเพลงคุ้นหูอย่าง Candy และ I Wanna Be With

You แต่เธอก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเทียบเท่ากับบริตนีย์ สเปียร์ส และคริสตินา อากีเลรา ในยุคเดียวกัน แต่กับ A Walk to

Remember เธอก็ได้ร้องถึง 6 เพลง ซึ่งก็มีเพลงดังอย่าง Cry และ Someday We’ll Know ที่เป็นเพลงคัฟเวอร์ของวง New

Radicals และแมนดี้ได้ร้องคู่กับ จอน โฟร์แมน นักร้องนำวง Switchfoot ซึ่งทุกวันนี้เวอร์ชันนี้ก็ยังมีการเปิดอยู่ในคลื่นวิทยุเป็น

ประจำ

มาถึงวันนี้ เส้นทางการเป็นนักแสดงของแมนดี้ก็ไปได้สวย เพราะเธอได้เล่นเป็นนางเอกซีรีส์ This Is Us ของช่อง NBC ในบทบาท

Rebecca Pearson ซึ่งเธอได้รับการเสนอเข้าชิงลูกโลกทองคำมาแล้ว และเรตติ้งซีรีส์ก็ฮิตถล่มถลายในอเมริกา

ด้านภาพยนตร์จอเงินเธอก็กำลังจะมีผลงานหนังสงครามฟอร์มยักษ์ Midway ของผู้กำกับ โรแลนด์ เอ็มเมอริช อีกด้วย ส่วน เชน

เวสต์ พระเอกของ A Walk to Remember เองก็มีผลงานในซีรีส์ Gotham ของช่อง Fox ที่กำลังจะฉายซีซันสุดท้าย นอกจากนี้ยังมี

ภาพยนตร์เรื่อง Gossamer Folds ที่จะกำกับโดย ลิซ่า โดนาโต

จนถึงวันนี้ เชนกับแมนดี้ก็ยังสนิทกัน เห็นได้จากการที่เชนได้ขึ้นไปพูดสปีชที่งานจารึกชื่อของแมนดี้บนดาว Hollywood Walk of

Fame ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเขาได้ก็พูดถึงครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้มาเจอกันตอนจะเริ่มถ่าย A Walk to Remember “เราต่างกันมากครั้ง

แรกที่เจอกัน ผมก็ยุ่งกับการแต่งตัวแบบเซอร์ๆ ไม่เอาไหนของผม พร้อมทรงผมยุ่งๆ และกรีดตากับอายไลเนอร์ เพราะอยู่ในวงพังก์

ตอนนั้น และเธอ แมนดี้ก็เป็นป๊อปสตาร์ชื่อดัง ผมพยายามจะให้คุณฟังวง The Clash กับ The Ramones แต่คุณก็ปฏิเสธแบบหวานๆ

ของคุณ และเลือกที่จะฟัง Fleetwood Mac อย่างเดียว…แต่ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นประสบการณ์ที่วิเศษในทุกแง่มุมสำหรับ

ผม แต่มันทำให้ผมได้หลงรักและชื่นชมผู้หญิงที่มหัศจรรย์คนนี้”

เว็บดูหนังฟรี

The Last Samurai มหาบุรุษซามูไร

The Last Samurai มหาบุรุษซามูไร

The Last Samurai เรื่องราวของทหารอเมริกัน

The Last Samurai

The Last Samurai เรื่องราวของทหารอเมริกัน ชื่อ นาธาน อัลเกรน (ทอม ครูซ) ที่ผ่านสงครามแย่งชิงดินแดนเพื่อขับไล่ชาวอินเดียแดง เป็นความทรงจำสิ่งที่อัปยศที่สุดในชิวิตของเขา จนกลายเป็นตราบาปที่ฝังลึกในจิตใจ ชีวิตหลังจากฝันร้ายกลายมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ขายปืนขี้เมา สามารดูรีวิวหนังเพิ่มเติม ได้ที่นี่

ที่สุด จะ นำเบื่อ แต่ เมื่อ ได้รับ ข้อเสนอ ให้ไ ป ปฏิบัติงาน ใน ญี่ปุ่น ด้วย ค่าตอบแทน ที่มา กเอาการ อัลเกรน ก็เลยตกลงใจ รับ งาน

เป็น ครูฝึก ให้ กับ กองทัพ ทหารเกณฑ์ เพื่อ กำจัดเหล่า ซามูไร อย่างขุดรากถอนโคน ใน ประเทศญี่ปุ่น เมือ ไป ถึง ญี่ปุ่น อัล เกรน

มองเห็น ถึงวิถีชีวิต ของ ชาวญี่ปุ่น แบบ

เริ่มแรก ของซามูไร ที่มีความชัดแย้ง ด้วย การนำ เสนอจุด เชื่อมต่อ ของ วัฒนธรรม สมัยใหม่ของ ชุมชนเมือง เป็นทียอมรับ ความ

เป็น ชาตินิยม จากฝรั่งซามูไร ถูก มองว่าผิด ยุคสมัยสหรับ กลุ่มของผู้คน สุดที่รัก ความเจริญร่งเรื่องนี้ แล้วก็ อัลเกรน จะต้อง เผชิญ

กับศัตรูที่ ยิ่งใหญ่ จากแบบอย่างการ

ต่อสู้เริ่มแรก ของ ชาวญี่ปุ่น คือ ซามูไรที่รัฐบาล อยากได้ กำจัด คนพวกนี้ ให้หมดสิ้นเนื่องจาก ชัดขวาง การยอม รับใน สั่งที่ ล้ำสมัย

กว่า โดยมีองค์จักรพรรดิ์ เป็นอุปกรณ์ ภายหลัง รบกัน คราวแรก อัลเกรนกลับ ถูกซามูไร จับตัว ไปและ เขาได้ไป สัมฝัส ถึงวิถีชีวิต ที

เป็นระเบียบแต่

มีความเรียบง่ย การรับรู้และ การ เข้าถึงอุดมกรณ์ ที่แท้จริงขอ ซามูไร กลุ่มนี้ เป็นสั่งที่ น่าประทับใจ ต่อ ฮัลเกรน กระทั่ง ศึกษาค้นพบ

ว่าตัว เขาเอง เกิดมาเพื่อ เป็น ซามูไร อยู่ อย่างซามูไร รวมทั้งรับทราบ ว่า โดยความเป็นจริง แล้ว เขา อยากได้ อะไรบ้างที่อยู่ใน

ชีวิต ภายนอกของ ฮัล เกรน เป็น ผู้ที่กล้าแกร่ง

อาจหาญ บางครั้งขางคราว ถึงกับข้าระห่ำ แม้กระนั้นจิตใจ ของ อัลเกรน เป็นคนสุภาพก็เลย ทำให้เขาดูดซึม วิถีชีวิต ที่เรียงง่าย ของ

ประชาชน ได้อย่างดีเยี่ยม เหมือนกับ ศัทสึ โม โต้(เคน วาตานา เบ้)หัวหน้าทีม ซามูไรที่ สวามิภักดิ์ ต่อสถาบัน โดยมีเกียรติ แห่ง

ความ เป็นซามูไร หล่อเลี้ยง

จิตใจ อยู่ สอง คนต่าง ทาง เปลี่ยนไป มาบ รร จบกัน จนเกิด เป็นแนว คิดเดียว ทำให้ทั้งคู่ ร่วมมือ กันสำหรับในการรบ ต้านในเวลา

ต่อมา ทั้งยังความเก็ยวข้อง ฉันเพื่อน ระหว่าง อัลเกรนกับ คัทสึ โม โตะ , ความรักที่ ไม่ บางทีอาจเอ่ยปากออกมาของเขากับ หญิง

หม้ายที่ชื่อ

ทากะ รวมถึง การศึกษาค้นพบของ ชีวิตว่าการมี วิถีชีวิตแบบ ประชาชน เป็นสั่งที่ เขา อยากเป็นการเล่าราว ที่ มีความเป็น ตราม่า

เจริญ ประกอบ กับ การแทรก มุขตลก เข้าไป นิดหน่อยทำให้ หนังมีความครบถ้วนของอารมณ์ที่ ผู้ชมหนัง ควรจะได้รับ และก็เป็นไป

อย่างไม่

สลับซับซ้อน ทำให้ สามารถ คาดการณ์ รายละเอียด ของ หนัง ได้โดยง่าย นัก บางทีอาจ มองเกิดเรื่องประหลาดตาที่ มองเห็น คน

อเมริกัน มา แต่ง ชุด ซามูไร ใน เหล่า ซามูไร ประเทศญี่ปุ่น ที่ รบด้วย กระบี่ บนหลังม้า แม้กระนั้น ทอม อาจารย์ซ ก็กลมกลืนรวมทั้ง

สะดุดตาสำหรับเพื่อการ เป็น นักสู้ ซามูไร ได้ โดยยิ่งไปกว่านั้น ใน ฉาก หลักๆ ของ หนัง เป็นฉากการรบซึ่ง หนังประเด็นนี้ ก็ทำเป็นดี

ทีเดียว

ความเหมือนจริง ทำให้ ผู้ชม มี อารมณ์ ร่วม ไป ใน การรบ ได้ เป็นอันมาก มี ตอน ที กเหิม อย่างมาก ขณะที่อยู่ กึ่งกลางสนามรบ

และก็มีตอนที่ ผ่อนคลายอารมณ์ ร้ายแรง ภายหลังที่ การทำศึก ได้ จบ ลง ฉากที่ซามูร กรุ๊ป ในที่สุด ควบ ม้า วิ่ง ปะทะ ห่า ลูกกระสุน

จากปิ้นกลยุคใหม่ด้วยความเต็มใจที่

เรื่องราวของทหารอเมริกัน

พวกเขาหวังว่าจะต้องปกป้ององค์จักพรรดิ์ของพวกเขาไว้ จนกระทั่งเหลือเพียง คัทสึโมโต้ ที่ไม่ยอมตายด้วยปืนแต่ยอมตายด้วย

ดาบของตัวเอง โดยอัลเกรนเป็นผู้มอบเกียรติของความเป็นซามูไรด้วยการฆ่า คัทสึโมโต้ (ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ขัดแย้งกับแนวคิดชาว

ตะวันตก) โดยมีเพียงความหวังเล็กๆว่าองค์จักพรรดิ์จะเข้มแข็งและตาสว่างขึ้น จากการเสียสละชีวิตในครั้งนี้เป็นฉากที่กระชาก

อารมณ์คนดูได้เป็นที่สุด ฉากที่ตอบสนองความต้องการของคนดูได้เป็นอย่างดี คือ ฉากที่ อัลเกรน มอบดาบของ คัทสึโมโต้ ให้กับ

องค์จักรพรรดิ์ ขณะที่พระองค์กำลังจะยอมรับในสนธิสัญญาที่เสียเปรียบกับชาวตะวันตก ทำให้พระองค์ระลึกถึงความเสียสละของ

คัทสึโมโต้ จนกล้าที่จะประกาศยกเลิกสนธิสัญญา และกล้าที่จะตัดสินพระทัยอย่างเด็ดขาดมากยิ่งขึ้น เป็นองค์ประกอบที่ทำให้คนดู

ได้รับในสิ่งที่โน้มน้าวให้คนดูต้องการมาตลอดทั้งเรื่อง แม้บางฉากที่อัลเกรน รอดตายมาได้ ดูจะเกินความเป็นจริงไปบ้าง (เพราะควร

จะตายไปแล้วในหลายๆฉาก) แต่ก็ทำให้หนังเต็มอิ่มกับวีรกรรมความกล้าหาญ ของทหารอเมริกันในคราบของ ซามูไร ที่ทำหน้าที่

เป็นตัวแทนในการบอกเล่าเรื่องราว ให้รับรู้ได้ในที่สุดว่าวีรบุรุษที่แท้จริงก็คือ คัทสึโมโต้ และเหล่านักรบซามูไร ที่สละชีวิตในสมรภูมิ

นั้น เป็นมหาบุรุษแห่งซามูไรตัวจริง บทวิจารณ์เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล กรุณาตัดสินจากการชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง

เว็บดูหนังฟรี

เรื่องราวของหนังผี The Cabin in the Woods สยองสุดคลาสสิกสไตล์อเมริกันทั่วไป

เรื่องราวของหนังผี The Cabin in the Woods สยองสุดคลาสสิกสไตล์อเมริกันทั่วไป

The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย

The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย

The Cabin in the Woods แย่งตายทะลุตาย ผลงาน การสร้าง ของ โจส วีตอน ผู้ให้กำเนิด Buffy the Vampire Slayer แล้วก็กำลัง

มีผลงาน หนังบล็อค ปัสเตอ ร์ The Avengers ประสานมือ กับ ครูว์ ก็อด ดาร์ต คนเขี้ยนบทCloverfield แล้วก็ซีรีย์ Lost เผยแพร่

ขนบธรรมเนียม ของหนัง สยองขวัญ จนกระทั่ง วีดอนกล้า ประกาศว่านี่ คือ “หนัง สยองขวัญ ที่อยู่เหนือ หนังสยองขวัญ ”

 

แสดงนำ โดย คริส เฮมส์เวิร์ธ ที่สมบท เป็น เทวคาสายฟ้า จาก Thor, ริชาร์ต เจนกิ้นส์ (Let Me In, Burn After Reading), กางรด

ลีย์ วิท ฟอร์ต (Scent of a Woman, BillyMadison) รวมทั้ง โจเดลล์ เฟอ ร์แลนด์ (The Twilight Saga: Eclipse, Silent Hill)The

Cabin in the Woods เกิดเรื่องราว ของ เพื่อนฝูง 5 ผู้ที่ เริ่มเดินทาง ท่องเทียวพัก ที่ กระท่อม ร้าง กลาง ป้า แต่ว่า แล้ว สั่ง ที่ พวก

เขา จำต้อง พบเจอ เป็นซาตาน ที่ยาก จะต่อกร กับความลับ ใครก็ไม่ได้นึกฝัน เมื่อตามที่เป็นจริง แล้วความสยดสยอง พวกนั้น

บางทีอาจเป็น สั่งที่ มีคนบาง กลุ่มบงการอยู่! สามารถดูรีวิวหนังเพิ่มเติมได้ที่นี่

สองผู้สร้าง จอส วีดอน และ ดรูว์ ก็อดดาร์ด ต้องการร่วมงานกับทีมงานที่เคยทำงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนแคสติ้ง เอมี่ บริทท์

และ อันย่า คอลลอฟ, ผู้ตัดต่อภาพ ลิซ่า แลสเซ็ก (Angel, Serenity, Firefly), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ชอว์นน่า ทรีพิก (Firefly,

Angel, Dollhouse), ผู้ออกแบบงานสร้าง มาร์ติน วิสท์ (Cloverfield) และผู้กำกับภาพ ปีเตอร์ เดมมิ่ง ที่ ก็อดดาร์ด บอกว่าเขาเกิด

มาเพื่อกำกับภาพเรื่องนี้ เนื่องจากเคยมีผลงานคลาสสิกอย่าง Scream, Evil Dead 2, และ Mulholland Drive

การถ่ายทำเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม จนถึง 29 พฤษภาคม โดยถ่ายทำกันในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งบรรยากาศ

ในกองถ่ายก็เปี่ยมไปด้วยพลังงาน ก็อดดาร์ด เล่าถึงประสบการณ์ว่า “นี่ไม่ใช่หนังที่ทุกคนอยู่แต่ในเทรลเลอร์ส่วนตัว โดยทุกวันคุณก็

จะเหมือนเด็กอายุ 12 ที่พยายามทำสิ่งต่างๆ พวกเราพยายามรักษาความรู้สึกนั้นเอาไว้ ผมจำได้ว่าพวกเราตั้งตารอว่า พรุ่งนี้พวกเรา

จะถ่ายทำฉากไหน หรืออาทิตย์หน้าเราต้องได้ทำอะไรบ้าง”

ทีมนักแสดง

คริส เฮมส์เวิร์ธ (รับบเป็น เคิร์ต)

นักแสดงชาวออสเตรเลียคนนี้ กลายเป็นที่รู้จักของนักดูหนังทุกคน หลังจากรับบทเป็น จอร์จ เคิร์ต พ่อของ เจมส์ ที เคิร์ต ใน

หนังแอ็คชั่น-ไซไฟชื่อดัง Star Trek ของผู้กำกับ เจเจ อับราฮัม ก่อนที่จะดังเป็นพลุกับการรับบทเป็น “ธอร์” เทพเจ้าสายฟ้า ในหนัง

ซุปเปอร์ฮีโร่ Thor ที่ทำเงินเฉพาะไปอเมริกาไปกว่า 150 ล้านเหรียญ โดยเขากำลังจะกลับมารับบทเป็น ธอร์ อีกครั้งในหนังรวม

ซุปเปอร์ฮีโร่ประจำซัมเมอร์ The Avengers

ผลงานของ คริส ที่มีกำหนดฉายปลายปี 2012 ก็ยังมี Red Dawn หนังแอ็คชั่นรีเมคจากทีมผู้สร้าง Bourne Ultimatum และ

กำลังถ่ายทำหนังรถแข่ง F-1 ที่สร้างจากเรื่องจริงอย่าง Rush กำกับโดย รอน โฮเวิร์ด โดยก่อนหน้านี้ เขาก็มีผลงานมาเช่น Ca$h ที่

ร่วมแสดงกับ ฌอน บีน และ The Perfect Getaway หนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ ที่เขาร่วมแสดงกับ มิล่า โจโววิช และ ทิโมธี โอลิแฟนท์

คริสเต็น คอลเนลลี่ (รับบทเป็น ดาน่า)

หลังจากจบเอกการแสดงจากมหาวิทยาลัยเยล คริสเต็น ก็เดินทางมายังนิวยอร์กเพื่อเข้าวงการบันเทิง โดยมีผลงานในซีรี่ย์ดังอย่าง New Amsterdam, Law & Order: Criminal Intent, Life on Mars, Nurse Jackie และ Mercy ก่อนที่จะรับบทสมทบในหนังดังอย่าง Revolutionary Road ที่นำแสดงโดย ลีโอนาโด ดิคาปริโอ และ เคท วินสเล็ท, The Happening ของผู้กำกับ เอ็ม ไนท์ ชมาลายาน และ Confessions of a Shopaholic ที่นำแสดงโดย อิสล่า ฟิชเชอร์

คริสเต็น ยังมีผลงานละครเวทีมากมาย เช่น Measure for Measure และ All’s Well that Ends Well ที่แสดงในช่วงซัมเมอร์ ในนิวยอร์ก ปี 2011 เธอยังรับบเป็น คอร์เดเลีย ใน King Lear แสดงคู่กับ แซม วอเตอร์สตัน และ เคลลี่ โอฮาร่า ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2011 โดยปัจจุบันเธอก็กำลังมีผลงานในซีรีย์ใหม่ของผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ เรื่อง House of Cards ที่นำแสดงโดย เควิน สเปซี่ย์ และ โรบิน ไรท์

ริชาร์ด เจนกิ้นส์ (รับบทเป็น ซิทเตอร์สัน)

ผลงาน : Let Me In, The Visitor, Dear John, The Kingdom, Fun with Dick & Jane

ฟราน ครานซ์ (รับบทเป็น มาร์ตี้)

ผลงาน : Dollhouse, The Village, Matchstick Men, Orange County, Training Day, Donnie Darko

เจสซี่ย์ วิลเลี่ยมส์ (รับบทเป็น โฮลเด้น)

ผลงาน : Grey’s Anatomy, Brooklyn’s Finest, The Sisterhood of the Traveling Pants 2

ดูหนังออนไลน์ hd

Three Kings (2000) ฉกขุมทรัพย์มหาภัยขุมทอง

Three Kings (2000) ฉกขุมทรัพย์มหาภัยขุมทอง

Three Kings นายทหารอเมริกันรักผจญภัยกลุ่มหนึ่ง

Three Kings นายทหารอเมริกันรักผจญภัยกลุ่มหนึ่ง

Three Kings นายทหารอเมริกันรักผจญภัยกลุ่มหนึ่ง ที่ประจำการ อยู่ในประเทศอิรัก (Iraq) ช่วงปลาย การศึก อ่าว อิหร่าน (Gulf War) ตั้งอกตั้งใจจะลักขโมยทองจากแหล่งใหญ่ ซึ่งล่ำลือกันว่าแอบซ่อนอยู่ ตรงไหนสักแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับฐานทัพกึ่งกลางทะเลทรายของพวกเขา เมื่อได้แผนที่ ซึ่งพวกเขามั่นใจว่า จะพาไปพบขุมทองคำแล้ว, นายทหารกลุ่มนี้ก็รวมหัว กันเริ่มเดินทางสู่การ ศึกษาค้นพบที่คิดไม่ถึง อีกทั้งเป็นการท้าทายให้พวกเขา ได้วัดใจเยี่ยงวีรบุรุษครั้งสำคัญ ซึ่งจะกลับชีวิตของพวกเขาจากหน้ามือ เป็นหลังมือ สามารถดูริวิวหนังเพิ่มเติมได้ที่นี่

On Oct. 2, 1999, Warner Bros. unveiled the Middle East actioner Three Kings in theaters, where it would go on to gross $107 million globally. The Hollywood Reporter’s original review is below:

Three Kings is a hugely ambitious movie. Writer-director David O. Russell, whose previous films were the dark comedies Spanking the Monkey and Flirting With Disaster, not only has designed an action-adventure laced with incendiary humor but a movie that wants to explore race, politics, war, the media and U.S. diplomacy in the Middle East.

In large measure, he pulls it off with breathtaking aplomb. Plus, this Village Roadshow production is the kind of male-oriented film Warner Bros. historically has marketed and distributed well. So Three Kings appears headed for box office glory.

เมื่อเดือนมีนาคม ปี 1991 ณ ทะเลทรายในประเทศอิรัก ร้อยเอกอาร์ชี่ เกตส์ (จอร์จ คลูนีย์) แห่งกองกำลังพิเศษ, สิบเอกทรอย บาร์โลว์ (มาร์ค วอห์ลเบิร์ก) แห่งกองทัพบกสหรัฐอเมริกา, จ่าสิบตรีเอลกิ้น (ไอซ์ คิวบ์) และ พลทหารวิก (สไปค์ โจนซ์) ใช้เวลาหลายสัปดาห์ ในฐานทัพให้หมดไปวัน ๆ เพราะสงครามอ่าวเปอร์เซีย ล้วนดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธสงครามไฮเทคทั้งสิ้น สงครามแบบนี้ทำให้กำลังพลเบื่อหน่าย และรู้สึกราวกับว่าถูกทิ้งขว้าง ยิ่งเมื่อประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการด้วยแล้ว พวกเขาก็ยิ่งเร่งนับวัน ที่จะถูกส่งตัวออกไปจากดินแดนเวิ้งว้างแห่งนี้เสียที

อาร์ชี่ เกทส์ เป็นนายทหารอาชีพ เคยฝึก Green Beret ที่พร้อมรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งทั่วโลก ด้วยความหาญกล้า และสติปัญญาอันเฉียบคมของเขา แต่ประสบการณ์โชกโชนของเขานี่เอง ที่ทำให้กลายเป็น คนช่างเย้ยหยัน ไม่ติดยึดอยู่กับ สิ่งใด ๆ และไม่แยแสกับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ที่ดูไม่ได้ดีเลิศไปกว่าความเชื่อมั่นในตัวของเขาเอง เกทส์พร้อมจะละทิ้งกองทัพไปอย่างไร้เยื่อใย แต่การใช้ชีวิตเยี่ยงประชาชนอย่างไร้จุดหมาย ที่รอเขาอยู่เบื้องหน้านั้น ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกปลื้มสักเท่าไร

ทรอย บาร์โลว์ เป็นนายทหารหนุ่ม มีความสามารถ จริงใจ และคิดถึงบ้านในดีทรอยต์ ที่ภรรยาและลูกสาวรอคอยการกลับมาของเขา ในฐานะที่เป็นทหารกองหนุนคนหนึ่ง บาร์โลว์ยึดมั่นในการปฏิบัติภาระกิจที่ได้รับมอบหมายมาให้สำเร็จลุล่วง และเขาก็ภูมิใจมากที่ได้รับใช้ประเทศชาติสหรัฐอเมริกาด้วย

ส่วน เอลกิน เป็นเด็กยกกระเป๋าที่สนามบินดีทรอยต์ ในช่วงที่เขาไม่ได้ปฏิบัติภาระกิจรับใช้กองทัพ ชีวิตเยี่ยงประชาชนของเอลกิน ไม่ได้ทำให้เขาอิ่มท้องเมื่อเทียบกับชีวิตในกองทัพ เอลกินยึดมั่นในความเชื่อตาม วิถีของคริสเตียนอย่างเคร่งครัด และการยึดมั่นในการปฏิบัติเพศบรรพชิตนี่เอง ที่ทำให้เขาได้รับการยกย่องจากเพื่อน ๆ อย่างมาก พลทหารวิก นั้นเป็นพวกทำงานนั่งโต๊ะที่ไม่เคยจบการศึกษาระดับมัธยมด้วยซ้ำ เขาถือว่าภาระกิจในกองทัพเสริมสร้างสีสันในชีวิตดีกว่าชีวิตเยี่ยงประชาชน เขาเข้าใจถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศอิรัก หรือผลกระทบหลังสงครามสงบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าได้ทำอะไรแผลง ๆ บ้างก็ยิ่งถูกใจ วิก ที่อยากหาความตื่นเต้นเป็นทุนอยู่แล้ว

วิถีชีวิตของทหารทั้งหลายก็ซับซ้อนสับสนอยู่แล้ว ยิ่งมีนักข่าวโทรทัศน์ที่คอยมาซอกแซกสอดส่อง ก็ยุ่งเหยิงกันเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะนักข่าวสาวหัวแข็งที่กัดไม่ปล่อยอย่าง เอเดรียนน่า ครูซ (นอร่าห์ ดันน์) ด้วยแล้ว เธอสามารถล้วงข้อมูลสำคัญ มาทำข่าวแบบเจาะลึกได้อย่างเหลือเชื่อ

ในขณะที่กองทัพอเมริกันเตรียมถอนตัว ออกจากฐานทัพกลางทะเลทราย เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านนั้น ทรอย, เอลกิน และ วิก ก็เผอิญได้ครอบครองแผนที่บ่งบอกสถานที่ซุกซ่อนทองคำขุมใหญ่ ที่กองทัพอิรักปล้นสดมภ์มาจากชาวคูเวต

ยังไม่ทันจะหายงงกับแผนที่ในมือ และตระหนักถึงผลประโยชน์ที่จะเอื้ออำนวยกับพวกเขา อาร์ชี่ เกทส์ กลับเข้าใจสถานการณ์ และออกคำสั่งอย่างเฉียบพลัน “เมื่อซัดดัม ปล้นมาจากชาวบ้าน ผมก็ไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะปล้นมันต่อจากซัดดัมอีกที งานนี้ก็ไม่เห็นจะยากเย็นตรงไหน และมันน่าจะพอเพียงให้เราได้ปลดเกษียณกันเสียที – เว้นแต่ว่าเอ็งจะชอบทำงานไปวัน ๆ อย่างนี้ก็ตามใจ”

เมื่อฉวยอาวุธติดไม้ติดมือกันไปพอหอมปากหอมคอ ทหารทั้ง สี่นายก็กระโจนขึ้นรถฮัมวี่ หมายมาดจะปฏิบัติการลับส่วนบุคคลของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ตามแผนการแล้ว พวกเขาน่าจะ “ออกแต่รุ่งสาง และกลับมาทันกินมื้อกลางวัน” แต่กลับไม่เป็นดังคาด โชคชะตาเล่นตลกกับกลุ่มทหารนักล่าสมบัติกลุ่มนี้ การเดินทางเข้าไปในดินแดนของชาวอิรัก ด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว กลายเป็นการเผชิญหน้ากับชาวอิรักอย่างซึ่งหน้าเป็นครั้งแรก รวมไปถึงความซับซ้อนของวิถีชีวิตในประเทศผู้ก่อสงครามด้วย

ภาระกิจคิดฉ้อกลับกลายเป็นการนำ ไปสู่อีกภาระกิจหนึ่ง เสียได้ ยิ่งได้สัมผัสกับความเป็นจริงมากขึ้น ก็ยิ่งเหมือนกับตีแผ่ชีวิตจริงด้วยมุขที่ขำไม่ออก จนกระทั่งทหารทั้งสี่นายเปลี่ยนใจ จากเป้าหมาย ของภาระกิจ เดิม ที่ตั้งใจไว้แต่แรกไปชนิดพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ มันกลายเป็นการผจญภัย เพื่อการค้นพบ และการไถ่บาป เป็นการผจญภัยที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมเลือน…

movie hd

Trainspotting สุดยอดปรากฏการณ์หนังแห่งยุค 90 ก่อนมาเป็น T2

Trainspotting สุดยอดปรากฏการณ์หนังแห่งยุค 90 ก่อนมาเป็น T2

Trainspotting

Trainspotting

Trainspotting ใน ตอน 2 เดือนที่ผ่านมา มี ปรากฏการณ์ ที่ น่าดึงดูด สำหรับ คนชอบดูหนัง นั่น เป็น การเรียกร้อง ให้หนัง เรื่อง หนัง

สุด ได้รับความนิยม จาก เกา: อังกฤษ เข้าฉาย ใน โรง หลังจากที่ หนัง ถูกถอด จาก โปรแกรม ฉาย ใน มีนาคม ที่ผ่านมา เสียงเรียก

ร้องนี้ นอกเหนือจาก ลุกลาม ไหล ในโซเชียล เน็ตเวิร์ก ยังมีผู้ลงช็อ ใน Change.org มากยิ่งกว่า 800 รายช็อ (ปัจจุบัน หนังมี

กำหนดฉาย ใน วันที่ 1 มิถุนายน เฉพาะที่ House RCA) สามารถดูริวิวหนังเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

เสียงเรียกร้อง ตั้งกล่าว เกิดขึ้น เพรา: Trainspotting เป็น หนัง ใน ดวงใจ ของ ใครหลายๆคนและก็ มีคนรัก คลับ มากขึ้นเรือยๆ ตาม

เวลา ที่ ผ่าน’ไป มัน ก็เลย ไม่ได้ เป็น เพียงแค่ หนัง ฮิตธรรมตา แต่ว่าเป็น ‘การเกิด ทางวัฒนธรรม’ ของ ยุค 90 (เคียงบ่าเคียงใหล่

หนัง อย่าง PulpFiction รวมทั้ง Chungking Express) โดย ใน ปี 1999 สถาบัน ภาพยนตร์ อังกฤษได้ จัดสาดับ 100 หนัง อังกฤษ

ที่ เยี่ยมที่สุด หนัง หัวข้อนื้ ติดอยู่ ใน ชั้น 10 แล้วก็ ในปี 2004หนังสือพิมพ์ The Observer ได้ตรวจสอบ ข้อคิดเห็น จาก คน ท่ หนัง

รวมทั้ง นักวิพากษ์วิจารณ์ ถึงหนัง อังกฤษ ที่ เหมาะสมที่สุด ใน รอบ 25 ปี หนัง หัวข้อนี้ ติดอันตับ 1 ยิ่งไปกว่านั้นส่วนประกอบ ของ

หนัง อย่างบทสำหรับพูด นักแสดง นต่างๆ ยัง ถูก อ้างอิงตลอตมา ซึง นับว่ามาไกลเมือย้อน เทียบกับ จุดเริ่มแรก ว่ามัน เป็น เพียงแต่

หนัง อังกฤษ ทุนต่ำา จาก ผู้ผลิตมือใหม่ และก็ศิลปิน โนเนม ( ในช่วงเวลานั้น ) ที่ เล่า ชีวิต กลุ่มวัยรุ่น คนติดยา ใน สกอตแลนด์

สาเหตุที่หนังอังกฤษเล็กๆ เรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ภาพยนตร์แห่งยุค 90 นั้น เกิดจากเหตุผลสำคัญ 4 ข้อดังนี้

ตัวหนัง ที่ สด ใหม่ มีพลัง เต็มไปด้วยน แล้วก็ บทสนทนา สุด จี๊ด – ไม่น่า ประหลาดใจ ที่ หนังจะครองใจ ว้ยรุ่น ยุค นั้น เนื่องจาก

หนัง มี สไตล์ สุดฉูดฉาด ( ความสามารถ แดน นี่ บอยล์ ผู้กำกับ ฯ ผู้ครอบครองรางวัล ออสการ์ จาก หนัง Slumdog Millionaire)

ทั้ง การถ่ายรูป ที เต็มไปด้วยมุม กล้องถ่ายภาพ หรือหวา แปลกประหลาด การตัดต่อฉับไว ซึ่ง ร้อย เรียง เหตุการณ์ที เกลือนกลาด

อีกทั้งเวลา และก็ สถานที่ เข้าด้วยกัน ได้ อย่าง พอดี ส่งผลให้หนัง พล็อตบางเบา กลับ มอง สนุก เพลิดเพลิน ได้ อย่าง ไม่น่าเช็อ

และก็ ยังทำให้ ผู้ชม เกิด ความรู้สึกเหมือน เข้าไป อยู่ ใน หัว ของ ตัวเอก นั่น คือ เมายาตลอดเวลา

หนังมีฉากเด็ดที่น่าจดจำมากมาย เช่น ฉากที่ตัวละครมุดลงไปเอายาในโถส้วมที่สกปรกที่สุดในสกอตแลนด์ เรนตัน-ตัวเอก ถูกดูด

เข้าไปในพื้นหลังเสพยา ทารกที่ตายไปแล้วตามมาหลอกหลอนเขา และฉากที่โด่งดังที่สุดคือฉากเปิดเรื่อง ที่เรนตันวิ่งหนีตำรวจ

พร้อมเสียงวอยซ์โอเวอร์ของเขาว่า (ยกมาบางส่วน) “เลือกชีวิต เลือกงาน เลือกอาชีพ เลือกครอบครัว เลือกทีวีโคตรใหญ่ เลือก

เครื่องซักผ้า รถยนต์ เครื่องเล่นแผ่นดิสก์ และที่เปิดกระป๋องไฟฟ้า เลือกอนาคตของคุณ เลือกชีวิต แต่ทำไมผมต้องทำเรื่องพรรค์นั้น

ผมเลือกที่จะไม่เลือกชีวิต ผมเลือกอย่างอื่น เหตุผลน่ะหรือ? — ไม่มีหรอก ใครต้องการเหตุผลล่ะเมื่อมีเฮโรอีน”

ตัวละครในหนังที่น่าจดจำและมีเอกลักษณ์ – แม้หนังจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรนตัน – หนุ่มขี้ยาที่พยายามกลับไปใช้ชีวิต

เหมือนคนทั่วไปแต่ล้มเหลว (ถือเป็นบทแจ้งเกิดให้กับยวน แมคเกรเกอร์) เป็นหลัก แต่เชื่อว่าใครที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะไม่มีวันลืมตัว

ละครเหล่าผองเพื่อนของเขา ไม่ว่าจะเป็น สปั๊ด-หนุ่มหุ่นกุ้งแห้งมาดจ๋อย ซิคบอย-หนุ่มหน้าหล่อที่คลั่งไคล้ฌอน คอนเนอรี่ (นัก

แสดงชาวสก๊อตต์ที่รับบทเจมส์ บอนด์) เป็นชีวิตจิตใจ ทอมมี-ผู้ชอบถ่ายวีดิโอตอนมีเซ็กซ์กับแฟนเพื่อเก็บไว้ดู เบ็กบี้-ชายตัวเล็ก

อารมณ์แปรปรวนนิยมใช้ความรุนแรง และ ไดแอน-คู่สาวที่มีเซ็กซ์กับเรนตัน ซึ่งเขามารู้ทีหลังว่าเธอเป็นเด็กมัธยมโรงเรียนไฮโซอายุ

เพียง 14 ปี

เว็บดูหนังฟรี

Tokyo Sonata หนัง(โคตร)ดีที่ไม่อยากให้พลาด!

Tokyo Sonata หนัง(โคตร)ดีที่ไม่อยากให้พลาด!

Tokyo Sonata

Tokyo Sonata: Flirting with the Fantastic – Offscreen

Tokyo Sonata ถ้หาก ใครบางคน เคย บอกว่าชีวิตคนเรา ก็ เหมือนกับ บทเพลง สัก เพลงนึงชีวิต ของ ตัวละคร ใน Tokyo sonata ก็

อาจจะเปยบได้ตั้ง เพลง ชึ้นเยี่ยม ที่ บรรเลงได้อย่างกลมกล่อม เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ เพลงที่จะ ทำให้คุณ หัวเราะ ได้ ทั้งน้ำตา หรือ

กระทั่งร้องไห้ ออกมา ด้วย ความปิติ ตื้นต้น

ใน ตอน ที่ หนัง ดี หาดู ได้ ยาก เต็มทน หลายคน เริ่ม อิดหนาระอาใจ กับ หนัง ฮอลลีวูด ที่ รายละเอียด รวมทั้ง แบบ เริ่ม วนเวียน

ซ้ำซากจำเจ หลายท่าน ผิดหวัง กับ ภาพยนตร์ไทย ที ทุกคนมุ่งมาด ว่า จะ มองเห็น ความก้าวหน้า อะไร ใหม่ๆ บ้าง หนัง อย่าง ฝัน-

หวาน-อาย-จูบ ที่ต้องการจะ เปลี่ยนแปลง ช็อ ให้ ใหม่ เป็น ฝันเฟื่อง-จืดสนิท -น่าละอาย – จุบรส ฝาด หรือ คุณอาจ จะ รู้สึก ต้องการ

หลับ ไป กับ นางเอก เรื่อง Happy Birthday ที่เย็นเย้อ กระทั่ง ชวน ให้ง่วงงุน

ผม ก็เลย ต้องการ เสนอแนะ หนัง ประเทศญี่ปุ่น ดีดี ให้ท่น นักอ่าน สักเรื่อง ก่อนที่จะ มัน จะล่ำลา โรง ไป ใน เร็วๆนี้ หลังจาก กระทำ

การ ฉาย อย่างเงียบๆ ที่ โรงภาพยนตร์ House RCAมาร่วม เดือน

To kyo Sonata บอกเล่าเรื่องราว ของ ครอบครัว ชนชั้นกลาง ชาวญี่ปุ่น ธรรมดาๆ ครอบครัว หนึ่งซึ่ง คุณ สามารถ ประสบพบเห็น ได้

ทั่วๆไป ทั่ว ทุกมุม โลก บิดา มีบทบาท ต่ำเนินการ หาเงินเลี้ยง ครอบครัว หน้าที่การงานมี ความก้าวหน้า จนได้ เป็น หัวหน้าฝ่าย ใน

บริษัท แม่ ปฏิบัติภารกิจ เป็น แม่บ้าน เลี้ยง ลูกชาย สอง ผู้ที่ อยู่ ใน ตอน วัยรุ่น รวมทั้ง วัย ที่ เริ่มจะเป็น ชายหนุ่มชีวิต ของ พวกเขา

ดำาเนิน มา อย่าง เรียบง่าย เป็น ขั้นตอน รวมทั้ง ดูเหมือนจะไม่มีปัญหา ใดๆก็ตามเลย แม้แต่น้อย

แต่ชีวิตก็คือชีวิต (อย่างที่พี่บอย โกสิยพงษ์ ว่าไว้) วันหนึ่งมันก็ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ปัญหาต่างๆ

ที่เคยซุกซ่อนตัวอยู่เหมือนภูเขาน้ำแข็ง ก็เผยตัวตนของมันออกมาอย่างเต็มตัว ครอบครัวเล็กๆ ที่เคยอยู่กันอย่างปกติสุข ก็อาจจะถึง

คราวต้องล่มสลายลง ถ้าพวกเขาไม่คิดที่จะเรียนรู้และยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

Tokyo Sonata เป็นผลงานการกำกับของ คิโยชิ คุโรซาวา ที่ผันตัวเองจากการกำกับงานสยองขวัญ ในแบบฉบับของ J-Horror

อย่าง Cure (1997) และ Pulse (2001) มากำกับหนังดราม่าอย่าง Tokyo Sonata และทำได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ ส่งผลให้เขาคว้า

รางวัล Jury Prize จากงานเทศกาลหนังระดับโลกอย่าง Festival De Cannes มานอนกอดได้อย่างง่ายดาย

แม้ว่าเนื้อหาของ Tokyo Sonata จะเป็นดรามาหนักๆ แต่คูโรซาวา ก็ถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างน่าติดตาม และไม่ทำให้คนดูรู้สึก

เครียดไปกับตัวหนังแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ในบางตอนอาจจะทำให้คุณต้องหัวเราะออกมากับอารมณ์ขันแบบร้ายๆที่แฝงอยู่ในตัว

หนังเป็นระยะๆ ในอารมณ์บรรยากาศตามแบบฉบับของหนังญี่ปุ่นชั้นดี

ตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคน เริ่มจาก เรียวเฮ ผู้พ่อ ที่เคยภาคภูมิใจในสถานะของการเป็นผู้นำครอบครัว

จนมาวันหนึ่งที่สถานะของเขาเริ่มสั่นคลอนเพราะภาวะเศรษฐกิจ แต่ด้วยสถานภาพทางสังคมและค่านิยมของคนญี่ปุ่น ทำให้เรียวเฮ

ต้องปกปิดปัญหาของเขา แต่เขาจะสามารถหลอกทุกคนรวมถึงตัวเองไปได้นานแค่ไหน? ในวันที่โลกดูเหมือนจะหันหลังให้กับชาย

วัยกลางคนอย่างเขาเสียแล้ว

เมกูมิ อาจจะดูเหมือนแม่บ้านชาวญี่ปุ่นทั่วไป ที่ทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเต็มตัว ดูเหมือนคนไม่มีปากไม่มีเสียง จนกระทั่งเกือบจะไม่มี

ตัวตน เธออุทิศตัวเองให้แก่ครอบครัว จนไม่มีเวลามาสนใจว่าจริงๆ แล้วตัวเองต้องการอะไรกันแน่จากชีวิตแต่งงาน แต่เธอก็เป็น

เหมือนกาวที่คอยประสานชายหนุ่มทั้งสามคนในครอบครัวเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะให้ครอบครัวเล็กๆ ของเธอดำรงอยู่ต่อไปได้

ทาเคชิ ลูกชายคนโต เป็นสัญลักษณ์แทนคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่ไม่อยากจะดำเนินตามแนวทางเดิมๆ เช่นคนรุ่นพ่อแม่ของเขา ทาเคชิ

เลือกที่จะเลือกทางเดินชืวิตของเขาเองในแบบที่เค้าต้องการ และเริ่มออกห่างจากครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เป็นเหมือนคนหนุ่ม

ทุกคนที่ใฝ่ฝันจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ จนมาวันหนึ่งโลกก็สอนให้รู้ว่าเขาเป็นแค่ส่วนหนึ่งเล็กๆ บนโลกใบนี้เท่านั้น

ลูกชายคนเล็ก เคนจิ อยู่ในวัยที่เริ่มกำลังจะเป็นหนุ่ม เด็กวัยนี้มักจะชอบคิดว่าคนรอบๆ ข้าง เช่น พ่อ แม่ หรือ ครู ไม่มีใครเข้าใจเขา

แต่เคนจิก็เป็นเด็กที่มีความกล้าที่จะต่อสู้ในสิ่งที่ตัวเองเห็นว่าถูก หรือ กล้าที่เดินตามความฝันของตัวเอง เช่น การนำเงินค่าอาหาร

ไปจ่ายเป็นค่าเรียนเปียโน ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อสิ่งที่ตัวเองรัก

ส่วนเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นไปอย่างไรนั้น จะไม่ขอกล่าวถึงให้เสียอรรถรสในการรับชม แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้อ่านจะเข้ามา

แสดงทรรศนะ แลกเปลี่ยนกัน หลังจากได้ไปชมภาพยนตร์มาแล้ว

สุดท้ายนี้ เมื่อหนังใช้ชื่อว่า Tokyo Sonata ถ้าจะไม่กล่าวถึงเพลงประกอบหลักในหนังก็คงจะไม่ได้ หนังใช้เพลง Clair De Lune อัน

เป็นผลงานการประพันธ์ของคีตกวีระดับโลก อย่าง De Bussy ซึ่งเพลงนี้คอหนังคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะได้ถูกบรรดาผู้สร้างจับ

เอาใส่ในหนังของตนเองมานับครั้งไม่ถ้วน

แต่สิ่งที่แปลกประหลาดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเพลงๆ นี้ก็คือ ทุกครั้งที่คุณได้ยิน คุณจะต้องตั้งใจฟังมันจนจบทุกทีไป นับเป็นผลงานการ

ประพันธ์ที่อยู่เหนือกาลเวลาจริงๆครับ เพลงเพลงนี้เข้ากับหนังอย่างเหมาะเจาะ ขึ้นต้นมาอย่างราบเรียบ แล้วมาเร่งเร้า สับสนในช่วง

กลาง แต่สุดท้ายทุกอย่างก็คลี่คลาย และ ประทับตราตรึงอยู่ในห้วงคำนึงของคุณไปอีกหลายวัน

เว็บดูหนังฟรี

The Truman Show (1998) เมื่อทั้งชีวิตของเขาเป็นเพียงรายการทีวี

The Truman Show (1998) เมื่อทั้งชีวิตของเขาเป็นเพียงรายการทีวี

The Truman Show

The Trum an Show

The Trum an Show ยอดเยี่ยม หนัง ในดวงใจ ของ เรา เลย เป็น หนัง ที่ ครูเคย เปิด ให้ มองหลายครั้งๆ ใน คาบ ภาษาอังกฤษ ตอน อยู่ มัธยม ผ่าน มา แทง 10 ปิ้ ฟัง ได้ กลับมามอง ซ้ำ อีกรอบ เมือ Netfix เอามาห้มอง เรา เลย ขอระลึกเรื่องในอดีต สักหน่อย

The Truman Show เล่าเรื่องของ ทรูแมน (im Carrey) ชายหนุ่ม ที่ มีชีวิต แสน ธรรมดา ในเมืองเล็ก ๆ ขน เกาะ ฮัน สุขสงบ ท รู

แมน ไม่เคย งนใจ เลย ว่า แท้จริง แล้ว ชีวิต ของ เขา ตั้งแต่เกิดมา นั้น ถูกถ่ายทอดผ่าน ที่วี มี ผู้ชม ทั่วโลก และ โลก ที่ เขา อาศัย

อยู่ เป็น เพียง โรงถ่ายหนัง ขนาดใหญ่ แค่นั้น จวบจนกระทั่ง วันหนึ่ง มี สปอร์ต ไลต์ ตกลงมาจากฟ้า ต่อ ด้วย เรืองแปลกๆ ไม่เข้าที่

เข้าทาง เยอะแยะ ที่ เริ่ม ทำให้ ท รูแมน รู้สึก แหม่งๆ ไม่ว่า จะเป็น วิทยุที่รายงาน สถานะ ว่า ตอนนี้ เขา อยู่ ที่แหน่งใด ผู้คน ที่ ดู

เหมือนจะ ให้ความสนใจ เขา เป็นพิเศษหรือ สำดับ การปรากฏตัว ของผู้คน ที่ เข้าออก ฉาก ได้ เป็นจังหวะเหลือเกิน เขา เริ่ม กังขา

กับที่ที่เขา อยู่ บวกกับปรารถนา การผจญภัย จึง ตัดสินใจ หนี ออกจาก เมืองหัวข้อหลัก ๆ ที่ มองเห็น กัน ใน หัวข้อนี้ เป็นรายการเรี

ยลล์ตี้ ซึ่งก็นับได้ว่าเรี ยลมากมายเนื่องจากว่ามี ทรูแมน แหละ ไม่เคยรู้เลย ว่า ตนเอง เป็น เยงแค่ นักแสดง หลัก ของรายการ โลก

ที่เขา อยู่ ก็ เป็น เพียงแต่ การ เซ็ตฉาก ผู้คน ที่ เขา มี ความเกียวเนื่อง ด้วย ไม่ว่า จะเป็นบิดา แม่ เพื่อนฝูง เมีย ล้วนแต่ เป็นดาราหนัง

ทั้งหมด ไม่มี อะไรบ้างใน ชีวิต ท รู แมน ที่เป็นความ จริง เลย สัก อย่าง เว้นเสียแต่ ตัว เขา เองด้วยเหตุฉะนี้ ละ มั้ง ผู้ชม ถึง สนใจ

กับรายการนี้ มากมาย ด้วยเหตุว่า มัน ไม่ใช่ การแสดงละครตาม สคริปต์ แม้กระนั้น มัน เป็น ชีวิตจริง ของ คน คน หนึง ซึ่ง ไม่ทราบ

เลย ว่า เขา กำาลัง ถูก เซ็ตฉาก ผู้ชมน่าจะลุ้นไป กับ เรื่องราว ของ เขา ที่ เหล่า โปรดิว เซอร์ ช่วยเหลือกัน สร รส ร้าง รวมทั้งเป็นสุข

กับ ทุกๆ พฤติกรรม ทุกๆ อารมณ์ ความรู้สึก ของเขา ชีวิตจริงของ ทรู แมน เปลี่ยนเป็นเพียงแค่ ความเบิกบานใจของผู้ชม เพียงแค่

นั้นและเมื่อรายการจบไป ผู้ชมก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า “เปิดช่องอื่นดูซิ มีอะไรน่าดูอีกบ้าง”

ความบันเทิงจึงเป็นเพียงสิ่งที่มาแล้วก็ไป ไม่ได้อยู่อย่างจีรังยั่งยืน ผู้ชมที่ตอนแรกเชียร์ทรูแมน พอรายการจบ เขาก็กลายเป็นอีกหนึ่ง

ความทรงจำที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ดูไปแล้วจะสงสารทรูแมนมาก แล้วก็แอบสงสัยนะว่าในหนังนี่ไม่มีกลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชนเลยเหรอ ปล่อยให้รายการออกอากาศ

มาตั้ง 30 ปีแน่ะ แต่เอาเป็นว่า รายการนี้ฮอตฮิตมาก คนดูกันแบบไม่ทำการทำงาน ส่วนทรูแมนนั้นก็ไม่ได้รู้ตัวเลย เขาเชื่อว่าโลกที่

เขาอยู่คือความจริง ไม่มีอะไรจริงไปกว่านี้อีกแล้ว ก็เหมือนเราๆ ที่เชื่อว่าโลกที่เราอยู่คือความจริง ถ้าเกิดสมมติวันหนึ่งเราค้นพบว่า

เมืองที่เราอยู่ ผู้คนที่เรารู้จัก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ ล้วนแล้วแต่ปลอมล่ะ? เจ็บปวดน่าดูเลยว่าไหม

“We accept the reality of the world with which we’re presented. It’s as simple as that.”

นอกจากจะเป็นตัวสร้างความบันเทิงแล้ว ทรูแมนยังเป็นตัวเรียกตังค์

อีกสิ่งที่จิกกัดรายการทีวีได้ดีคือฉากต่างๆ ในหนังที่มีการโฆษณา ทั้งการแปะโปสเตอร์ การให้นักแสดงใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือแม้

กระทั่งพูดโฆษณาสินค้าออกอากาศ ผสมไปกับสคริปต์เลย ซึ่งรายการก็คงได้เงินจากสปอนเซอร์เหล่านี้แหละ ยิ่งคนดูเยอะก็ยิ่งรับ

เละ ดูๆ ไปแล้วก็จุกเหมือนกันว่าชีวิตจริงๆ ของทรูแมน ดันกลายเป็นพื้นที่โฆษณาของเหล่าแบรนด์ต่างๆ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย

และที่ตลกอีกอย่างคือ บางที ในสถานการณ์ที่ซีเรียสที่สุด นักแสดงก็ยังขายของกันได้แบบดื้อๆ คือทั้งขำทั้งอิหยังวะ ช่วยทำให้มัน

เรียลหน่อย อย่าหน้าเลือดตลอดได้มั้ย

อย่าหนีออกไปนะ ที่นี่แหละดีที่สุดแล้ว The Trum an Show

ในหนัง บ่อยครั้งที่เราจะเจอซีนต่างๆ ซึ่งพยายามยับยั้งไม่ให้ทรูแมนมีความคิดอยากหนีออกไป ทั้งโปสเตอร์คำเตือนเรื่องภัยเครื่อง

บินตก, อุบัติเหตุล่องเรือในวัยเด็กที่พรากชีวิตพ่อ, การจัดอันดับที่บอกว่าเมืองที่ทรูแมนอยู่นั้นดีที่สุดในโลกแล้ว, การร่วมมือร่วมใจ

กันของนักแสดงที่คอยกันท่าไม่ให้ทรูแมนหนี ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เปรียบเสมือนกำแพงกั้นไม่ให้ทรูแมนจากไป โดยเฉพาะปมวัย

เด็กเรื่องพ่อ ทำให้ทรูแมนกลายเป็นคนกลัวน้ำ ไม่กล้าหนีออกไปจากเมืองที่เป็นเกาะ

แต่สุดท้ายแล้ว ทรูแมนก็เอาชนะความกลัว ล่องเรือหนีออกไปจนได้

เพราะทรูแมนนั้นมีความฝัน เขาอยากจะเป็นนักผจญภัย ไปในที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยไป เขามีความปรารถนาแรงกล้านี้อยู่แล้ว สิ่งนี้คือแรง

ผลักดันให้เขากล้าทำในสิ่งที่ไม่น่าจะกล้าในที่สุด และได้ค้นพบความจริงแบบต่อหน้าต่อตา

จริงๆ ชีวิตของเราก็อาจจะคล้ายทรูแมนในแง่ที่ว่า มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นในชีวิตเรา ซึ่งเราล้วนแล้วแต่คิดว่านี่คือชีวิตของเรา เราควบคุม

ได้ เรามีความสุข เศร้า โกรธ เหงา ทุกอย่างเราควบคุมเอง แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเช่นนั้นรึเปล่า? เราควบคุมได้จริงๆ เหรอว่าเราจะมี

ความสุขเมื่อไร ว่าเราจะโกรธใครไหม ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น? อันที่จริงชีวิตเราก็แทบจะคาดเดาไม่ได้เหมือนกัน บางคนอาจจะ

ใช้ชีวิตแบบอยู่ไปวันๆ ไหลไปเรื่อยๆ ตามกระแสสังคม โดยไม่ได้ตั้งคำถามเลยว่าชีวิตนี้จริงๆ เราต้องการอะไร? ความฝันของเราคือ

อะไร? บางคนอาจจะไม่ได้ทำตามความฝันจนกระทั่งวันตายด้วยซ้ำ

แม้ทรูแมนจะอยู่ในเรียลลิตี้โชว์ แต่เขามีความฝัน ความฝันที่เป็นจริง และเขาก็กล้าพอที่จะออกไปพิสูจน์มัน

ถึงทางข้างหน้าจะมืดหม่น ก็ยังดีกว่าใช้ชีวิตจอมปลอมในกรงขัง

ในตอนจบ เป็นซีนที่ติดตราตรึงใจมาตลอด เมื่อทรูแมนล่องเรือชนกำแพงท้องฟ้า ทำให้เขารู้ความจริงว่านี่แหละคือจุดสิ้นสุดโลก

ของเขา ไม่มีท้องทะเลแผ่กว้างออกไปไกลกว่านี้อีกแล้ว ทรูแมนรู้สึกสิ้นหวังเสียใจ เขาตัดสินใจเดินลัดเลาะไปตามผนัง เดินขึ้น

บันไดไปเจอกับประตูที่เขียนว่า “ทางออก” ตอนนั้นแหละที่เขาได้ยินเสียงจากคริสตอฟฟ์ โปรดิวเซอร์ของรายการ ดังมาจากท้องฟ้า

ราวกับเป็นพระเจ้า

“โลกข้างนอกไม่ได้เปลือกปลอมน้อยไปกว่าในนี้หรอก” เขาบอก “โลกที่ฉันสร้างนี่แหละดีที่สุดสำหรับนายแล้ว”

ใช่ คริสตอฟฟ์อาจจะพูดถูก ทรูแมนสามารถมีชีวิตอย่างสุขสบายในโรงถ่ายทำหนัง ไม่ต้องลำบากลำบนอะไร แต่ทรูแมนจะสามารถ

กลับไปใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้จริงๆ น่ะหรือ? เหมือนเราจะได้ยินทรูแมนตะโกนอยู่ในใจว่า “พอกันที” ไม่เอาแล้วละชีวิตที่

สวยแค่เปลือกนอก ขอก้าวออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงดีกว่า แม้ว่าทางที่ออกไปจะมืด มองไม่เห็นอะไรเลยก็ตาม

“คุณไม่เคยติดกล้องในหัวผมนี่!” ทรูแมนสวนกลับ เมื่อคริสตอฟฟ์เอ่ยว่าเขารู้จักทรูแมน ดีกว่าที่ทรูแมนรู้จักตัวเองอีก

แม้สิ่งต่างๆ ภายนอกจะถูกบงการได้ แต่ความรู้สึกแท้จริงข้างใน ตัวเรานี่แหละรู้ดีที่สุด

ในตอนจบ เราไม่รู้ว่าชีวิตภายนอกโรงถ่ายหนังของทรูแมนเป็นอย่างไร หนังตัดจบไปแบบค้างๆ ต้องไปจินตนาการกันเอาเอง เช่น

เดียวกับรายการ The Truman Show ที่ทุกคนดูอยู่เช่นกัน

สิ่งสุดท้ายที่ทรูแมนพูดกับผู้ชม ก็คือสิ่งที่เขาพูดมาตลอดทั้งรายการ

เว็บดูหนังฟรี

หนัง THE REVENANT ทุกชีวิตต้องสู้

หนัง THE REVENANT ทุกชีวิตต้องสู้

The Revenant (เดอะ เรเวแนนท์)

The Revenant (เดอะ เรเวแนนท์)

The Revenant (เดอะ เรเวแนนท์) เป็นเวลากว่า 5 ปีร่วมกันภายหลังจาก ไมเค๊ล ฟังทลาย ค์ เก๋ ได้ ค้นคว้า และก็ รวบ รวบข้อมูล

จากเรื่องจริง ของบุรุษ แห่งตำนาน ผู้ไม่ยอม ตาย อย่าง ฮิวจ์ กลาส จนกระทั่ง ผลงานการเขี้ยน หนังสือ เรื่อง The Revenant: A

Novel of Revenge ก็ได้คลอดสู่สายตา นักอ่านใน ปี 2002 และได้รับ การซื้อ ลิขสิทธิ์ ปรับปรุงแก่ไขดแปลงสู่ ผลงานฉบับ

ภาพยนตร์ โดยผู้กำกับประเทศเกาหลี ปาร์ค ระเบียงวุค ก่อนจะ เปลี่ยนมือ มา อยู่ สำหรับในการ ดูแลของ อเลฮานโดร กอนซาเลซ

อินาริตู ที่พึ่งเอารางวัลออสการ์จาก Birdman ไป เม็อปี 2014 ร่วมกับตากล้องคู่บารมี อย่าง เอม มานู เอ ล ลูเบ สกี้ ที่จะ มา ทำให้

ทุก อณู ของ ผลงาน เรื่องนี้ เป็นที่ น่าจรวมทั้ง ไม่เหมือนกับ ภาพยนตร์เอาตัวรอด เรื่อง อื่น ที่ ทุกคน รู้จักคำว่า “Revenant”

นอกจากจะ แปลว่า “ผู้ กลับคืน สู่ ถิ่น” แล้ว คำดังได้กล่าวผ่านมาแล้วยังคือ “ผี” หรือ “วิญญาณ” ซึ่งตรงตาม กับ สั่ง ที่ ฮิวจ์ กลาส ที่

เลือก จะ ไม่ยินยอม ตายเพื่อ กลับมา แก้แค้น นอกจากนี้ ยัง พ้องกับ การกลับมาของ ลีโอนาโด ดิ คาปริ โอ ที่จะมาชิง รางวัล ออ

สการ์ จาก หน้าที ระดับ ตำนาน อีกรอบ ภายหลัง The Wolf of Wall Streetภาพยนตร์ ผลงาน เรื่อง ปัจจุบัน ของ เขาเมื่อ 2 ปีกลาย

อีกด้วยโดยสำหรับ ความน่าตึงดูตใจ ของ ภาพยนตร์ เรื่องนี้นอกเหนือจากการที่จะได้ ผู้แสดง ชายหนุ่ม ลีโอนา

โด ดิ คปริ โอ (ที่พึ่ง พลาด ออสการ์ จาก The Wolf of Wall Street ไป เมื่อปีก่อน ) มรับ บทนำ ท่ามกลาง สารฟัน ความทหดอดทน

สุด เคร่งเคลียด จาก เบื้องหน้าเบื้องหลัง การถ่ายทำ ไม่ว่า จะ เป็น สภาพภูมิอากาศ เหน็บหนาว ท่ามกลาง พื้นที่ สุด เหี้ยมโหดฮาม

หิต ที่ มีการย้าย สถานที่ ถ่ายทำ บ่อย ถึง 12 ประเทศ เองด้วย สภาพภูมิอากาศ ที่เปลี่ยน หรือ มาตรฐาน การถ่ายทำ ที ไม่ปลอดภัย

จนกระทั่ง ทำให้ ดารา หลายๆคน ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจน วิธีการถ่ายทำ แบบ เป็นสำดับ รายละเอียด จาก ต้น จนกระทั่งจบ ที่ยิ่งนำ

มาซึ่งการก่อให้เกิด ข้อกำหนด ด้าน เวลา ยิ่งขึ้น เท่านั้น

อีกความโดดเด่นของเรื่องนี้ ก็อยู่ตรงการถ่ายทำที่ไม่พึ่งการจัดแสงและเลือกใช้เพียงแสงธรรมชาติเพรียวๆ ทั้งหมด จาดไอเดียของผู้กำกับ อเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาริตู ที่ต้องการทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นมหากาพย์การเอาชีวิตรอดที่สมจริงและเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง นี่จึงไม่น่าแปลกใจหาก The Revenant จะถูกขนานนามว่า มีความดราม่าเข้มข้นทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังแบบสุดๆ จนคู่ควรกับการเข้าชิงหลายสาขารางวัลออสการ์ด้วยกัน

เรื่องย่อ

โดยสำหรับเรื่องรางของ The Revenant – เดอะ เรเวแนนท์ ต้องรอด นั้น เป็นการบอกเล่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปี 1823 ของ

นักเดินทางชาวฟิลาเดเฟีย วัย 50 ปี ฮิวจ์ กลาส (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) ผู้สมัครเข้าร่วมเดินทางสำรวจแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ของ

กัปตัน แอนดรูว์ เฮนรี่ พร้อมกับลูกชาย ก่อนที่กลาสจะถูกหมีกลีซลี่ย์ทำร้ายปากตาย

กลาส กลายเป็นตัวถ่วงคณะเดินทางให้ล่าช้าลงในทันที แต่แล้วเพื่อนของเขา จอห์น ฟิตซ์เจอรัลด์ (ทอม ฮาร์ดี้) ผู้เคยเป็น

อาชญากรและหนีมาอยู่ในคณะสำรวจ กลับได้สังหารลูกชายของกลาส พร้อมทั้งจับเขาฝังกินทั้งเป็น และทิ้งเขาไว้ตามลำพัง

ท่ามกลางป่าที่ห่างไกลจากผู้คนกว่า 200 ไมล์ เพื่อทำให้ปัญหาการเดินทางจบลง

ไฟแค้นถูกสุมขึ้นกลางอกกลาส จากการถูกทรยศและการถูกพราก “สิ่งสำคัญเพียงสิ่งเดียวในชีวิต” ก่อเกิดเป็นพลังฮึกสู้และทำให้

เขาลุกขึ้นมาจากหลุม เพื่อชำระแค้นครั้งนี้! โดยไม่มีใครเคยพึงระวังเลยว่า เบื้องหลังของกลาสนั้น เคยเป็นใครมาก่อน !?

ภาพยนตร์ที่เป็น การทุ่มเทครั้ง สำคัญของ ลีโอนาโด ดิคาปริโอ ทั้งการอดทน ความทรหดของ สภาพอากาศสุด หนาวเย็น หรือการ

กินเนื้อดิบ ตลอดจนทนต่อความเจ้าอารมณ์ของผู้กำกับ ที่อาจร้ายยิ่งกว่าการที่เขาถูกหมีทำร้าย มาดูซิว่าผลลัพธ์ของภาพยนตรืเรื่อง

นี้จะออกมาน่าดูน่าชมขนาดไหน พิสูจน์กันได้ใน The Revenant – เดอะ เรเวแนนท์ ภาพยนตร์ดราม่าที่มีเกณฑ์เข้าชิงออสการ์ – 4

กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์!

เว็บดูหนังฟรี

The Help (2011) คุณนายตัวดี สาวใช้ตัวดำ

The Help (2011) คุณนายตัวดี สาวใช้ตัวดำ

หนัง The Help

ความต่าง ความลับ ความรัก The Help - โพสต์ทูเดย์ ข่าวบันเทิง

หนัง The Help ปี 2011 ที มีเนื้อหา เกี๊ยวข้อง กับ ปัญหา รการ เหยียดสีผิว ใน สังคม อเมริกันสมัย 1960s กลายเป็น หนัง ต ตอนที่

เข้า ฉาย สามารถ ทำรายไต้ จาก ทั่วโลกไป 216 ล้านเหรียญ ฯ จาก ทุน สร้าง แค่ 25 ล้าน เหรียญ ฯ และ ยัง บรรลุเป้าหมาย อย่าง

งดงาม บน เวทีรางวัล เอาเฉพาะเวที ออสการ์หนัง ก็ ชนะ 1 สาขารางวัล ออสการ์ เป็น นักแสดง สมทบ หญิงดี (Octavia Spencer))

แล้วก็เข้า ชิง อีก 3 สาขารางวัล รวมถึง สาขา ภาพยนตร์ ยอดเยี่ยมหนัง กลับมา ได้ ขึ้น เทรนต์ ฮันตับ 1 ของ Netflix เมื่อ สัปดาห์ ที่

ผ่านมา หลัง สหรัฐอเมริการ้อนระอุ ด้วย การ ประท้วง กระแส #BlackLiveMatter

“หนึ่งในหนังที่เสียใจที่สุดที่รับเล่นก็คือ The Help” Viola Davis

ขณะที่ หนัง กลับมา เป็นทีนิยม อีกครั้ง ก็ กำนิด กระแสเรียกร้อง ให้คน ไม่ ดูหนัง เรื่องนี้ เช่นกันโดย กลุ่ม ผู้ชม ที่ ต่อต้าน นี้ บอกว่า

หนังไม่ได้ตั้งใจ จะ ยก ข้อความสำคัญ ประเด็นการ เรียกร้องความทัดเทียม ของ คน ต่าง สีผิว เท่าทีควร ซ็ง ก็ตรง กับ ผู้แสดงอย่าง

Viola Davis ที่ รับบทสมทบ ของเรื่อง (คุณ ได้เข้า ชิง ออสการ์ สมทบ หญิง เรือง สำตับที่สอง จากประเด็นนี้) ที ออกมากล่าวถึง

ประเด็นนี้ เหมือนกัน เมือตอนปิ 2018 ว่า หน็ง ในหนัง ที่ เสียใจ ที่สุดที่ รับ เล่น ก็คือ The Help

Octavia Spencer, Viola Davis และ Bryce Dallas Howard

“ขณะที่ ฉันถ่ายทำหนัง จบ ใน วันสุดท้าย ฉัน กลับ คิดว่า หนัง ไม่ พยายาม จะ ส่งเสียง ของเหล่า แม่บ้าน ( ผู้แสดง ใน เรื่อง ) ให้ ง

ออก ไป เพื่อ โลก ได้รับ ทราบ เหมือนอย่างที่คิดไว้ฉัน รู้จัก ไอ บั ลีน ฉัน รู้จัก ไม่ นนี่ พวก คุณ เป็น คน รุ่นยาย รุ่น แม่ ของ ฉัน ที่

จำเป็นต้อง พบ กับอะไร อย่างนี้ แปลงเป็น ว่า หนังเรื่องนี้ เน้น ไป ที่ เรื่อง คนผิวศา ปฏิบัติงาน ให้ คนผิวขาว คอยอุปถัมภ์ ลูกๆของ

พวก คนผิวขาว ฉันเพียงแค่ มีความคิดว่า หนัง จะ เล่า ถึง เสียง ในใจ ของคนต่ำ มากยิ่งกว่า เล่า ว่า คนขาว ปฏิบัติ กับ เรา ยังไง แต่

ฉัน กลับ ไม่เห็น อะไร แบบนั้น ตลอดทั้งเรื่องราว ของ หนัง เลย” Viola Davis กล่าวThe Help (2011) เป็น ภาพยนตร์ ที่ ตัดแปลง

มาจาก นิยาย ของ Kathryn Stockett ที แต่งขึ้น ใน ปี 2009 เกิดเรื่องราวของหญิงรับใช้ แก้บ คนขาว ใน ตอน สมัย 1960s Viola

Davisสวมบทบาท เป็น “ไอ เ ลีน คลาร์ก” แม่บ้าน ชาวแอฟริกัน – อเมริกัน ที่ทำงาน ให้ ครอบครัวไฮโซ ผิวขาว ซึ่งคุณ กับบรดา

เพื่อนพ้อง คนผิวต่ำา ที่ ทำ อาชีพ เดียวกัน จำต้อง เผชิญ กับความไม่เป็นธรรม จาก นาย ผิวขาว ต่างๆ นานๆ แล้ว ได้ หาทาง

ตอบโต้กลับ ใน ตอนท้าย

สองสาวคนรับใช้ผิวดำ ตัวละครหลักใน The Help (2011)

แก่นของเรื่องพยายามนำเสนอการเรียกร้องสิทธิของทั้งคนแอฟริกัน-อเมริกันและผู้หญิงในเวลาเดียวกัน และยังสะท้อนภาพของ

สังคมในยุคนั้นอย่างออกมาได้อย่างสมจริง ที่ว่าคนผิวดำสามารถทำงานได้ในฐานะพลเมืองชั้น 2 เช่น การเป็นคนรับใช้ของคนผิว

ขาวเท่านั้น หนังมีความบันเทิงต้องช่วงเวลาเอาคืนของพวกเธอในตอนท้าย แต่นั่นก็อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ Davis พอใจ

ดราม่าเบื้องหลังการสร้างของหนังเรื่องนี้ก็ไม่จบแต่เพียงแค่นั้น เพราะนิยายของเรื่องนี้ที่ Kathryn แต่งขึ้นนั้นเอาคาแรกเตอร์ของ

บุคคลที่มีตัวตนเป็นคนรับใช้ที่ชื่อ Abilene Cooper มาเป็นตัวละครในนิยายที่ต่อมากลายเป็นหนัง ซึ่ง Abilene เองไม่ได้ยินยอมให้

นำเรื่องของเธอมาใช้ และรู้สึกไม่สบายใจที่หนังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในแง่มุมที่คนทั้งโลกได้เห็น เธอพยายามฟ้องร้องเรียก

ค่าเสียหายแต่ศาลยกฟ้องไปในที่สุด

“แต่ฉันไม่ได้เสียใจในแง่ประสบการณ์ของการทำงานนะคะ เพราะทุกคนที่นั่นยอดเยี่ยมมาก ฉันได้รับมิตรภาพที่ดีมาก ๆ แม้หนังจะ

จบไปแล้ว ฉันมีประสบการณ์ที่ดีมากกับนักแสดงคนอื่น ๆ และ Tate Taylor (The Girl on the Train, Get on Up, Ma) ผู้กำกับก็

ทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นมาก” Davis กล่าวถึงเพื่อนร่วมงานที่มีตั้งแต่ Emma Stone, Bryce Dallas Howard, Octavia Spencer

และ Jessica Chastain (รายหลังเข้าชิงออสการ์สมทบหญิงกับ Davis จากเรื่องเดียวกันนี้ด้วย

เว็บดูหนังฟรี