Browsed by
หมวดหมู่: ดูหนังออนไลน์

The Help (2011) คุณนายตัวดี สาวใช้ตัวดำ

The Help (2011) คุณนายตัวดี สาวใช้ตัวดำ

หนัง The Help

ความต่าง ความลับ ความรัก The Help - โพสต์ทูเดย์ ข่าวบันเทิง

หนัง The Help ปี 2011 ที มีเนื้อหา เกี๊ยวข้อง กับ ปัญหา รการ เหยียดสีผิว ใน สังคม อเมริกันสมัย 1960s กลายเป็น หนัง ต ตอนที่

เข้า ฉาย สามารถ ทำรายไต้ จาก ทั่วโลกไป 216 ล้านเหรียญ ฯ จาก ทุน สร้าง แค่ 25 ล้าน เหรียญ ฯ และ ยัง บรรลุเป้าหมาย อย่าง

งดงาม บน เวทีรางวัล เอาเฉพาะเวที ออสการ์หนัง ก็ ชนะ 1 สาขารางวัล ออสการ์ เป็น นักแสดง สมทบ หญิงดี (Octavia Spencer))

แล้วก็เข้า ชิง อีก 3 สาขารางวัล รวมถึง สาขา ภาพยนตร์ ยอดเยี่ยมหนัง กลับมา ได้ ขึ้น เทรนต์ ฮันตับ 1 ของ Netflix เมื่อ สัปดาห์ ที่

ผ่านมา หลัง สหรัฐอเมริการ้อนระอุ ด้วย การ ประท้วง กระแส #BlackLiveMatter

“หนึ่งในหนังที่เสียใจที่สุดที่รับเล่นก็คือ The Help” Viola Davis

ขณะที่ หนัง กลับมา เป็นทีนิยม อีกครั้ง ก็ กำนิด กระแสเรียกร้อง ให้คน ไม่ ดูหนัง เรื่องนี้ เช่นกันโดย กลุ่ม ผู้ชม ที่ ต่อต้าน นี้ บอกว่า

หนังไม่ได้ตั้งใจ จะ ยก ข้อความสำคัญ ประเด็นการ เรียกร้องความทัดเทียม ของ คน ต่าง สีผิว เท่าทีควร ซ็ง ก็ตรง กับ ผู้แสดงอย่าง

Viola Davis ที่ รับบทสมทบ ของเรื่อง (คุณ ได้เข้า ชิง ออสการ์ สมทบ หญิง เรือง สำตับที่สอง จากประเด็นนี้) ที ออกมากล่าวถึง

ประเด็นนี้ เหมือนกัน เมือตอนปิ 2018 ว่า หน็ง ในหนัง ที่ เสียใจ ที่สุดที่ รับ เล่น ก็คือ The Help

Octavia Spencer, Viola Davis และ Bryce Dallas Howard

“ขณะที่ ฉันถ่ายทำหนัง จบ ใน วันสุดท้าย ฉัน กลับ คิดว่า หนัง ไม่ พยายาม จะ ส่งเสียง ของเหล่า แม่บ้าน ( ผู้แสดง ใน เรื่อง ) ให้ ง

ออก ไป เพื่อ โลก ได้รับ ทราบ เหมือนอย่างที่คิดไว้ฉัน รู้จัก ไอ บั ลีน ฉัน รู้จัก ไม่ นนี่ พวก คุณ เป็น คน รุ่นยาย รุ่น แม่ ของ ฉัน ที่

จำเป็นต้อง พบ กับอะไร อย่างนี้ แปลงเป็น ว่า หนังเรื่องนี้ เน้น ไป ที่ เรื่อง คนผิวศา ปฏิบัติงาน ให้ คนผิวขาว คอยอุปถัมภ์ ลูกๆของ

พวก คนผิวขาว ฉันเพียงแค่ มีความคิดว่า หนัง จะ เล่า ถึง เสียง ในใจ ของคนต่ำ มากยิ่งกว่า เล่า ว่า คนขาว ปฏิบัติ กับ เรา ยังไง แต่

ฉัน กลับ ไม่เห็น อะไร แบบนั้น ตลอดทั้งเรื่องราว ของ หนัง เลย” Viola Davis กล่าวThe Help (2011) เป็น ภาพยนตร์ ที่ ตัดแปลง

มาจาก นิยาย ของ Kathryn Stockett ที แต่งขึ้น ใน ปี 2009 เกิดเรื่องราวของหญิงรับใช้ แก้บ คนขาว ใน ตอน สมัย 1960s Viola

Davisสวมบทบาท เป็น “ไอ เ ลีน คลาร์ก” แม่บ้าน ชาวแอฟริกัน – อเมริกัน ที่ทำงาน ให้ ครอบครัวไฮโซ ผิวขาว ซึ่งคุณ กับบรดา

เพื่อนพ้อง คนผิวต่ำา ที่ ทำ อาชีพ เดียวกัน จำต้อง เผชิญ กับความไม่เป็นธรรม จาก นาย ผิวขาว ต่างๆ นานๆ แล้ว ได้ หาทาง

ตอบโต้กลับ ใน ตอนท้าย

สองสาวคนรับใช้ผิวดำ ตัวละครหลักใน The Help (2011)

แก่นของเรื่องพยายามนำเสนอการเรียกร้องสิทธิของทั้งคนแอฟริกัน-อเมริกันและผู้หญิงในเวลาเดียวกัน และยังสะท้อนภาพของ

สังคมในยุคนั้นอย่างออกมาได้อย่างสมจริง ที่ว่าคนผิวดำสามารถทำงานได้ในฐานะพลเมืองชั้น 2 เช่น การเป็นคนรับใช้ของคนผิว

ขาวเท่านั้น หนังมีความบันเทิงต้องช่วงเวลาเอาคืนของพวกเธอในตอนท้าย แต่นั่นก็อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ Davis พอใจ

ดราม่าเบื้องหลังการสร้างของหนังเรื่องนี้ก็ไม่จบแต่เพียงแค่นั้น เพราะนิยายของเรื่องนี้ที่ Kathryn แต่งขึ้นนั้นเอาคาแรกเตอร์ของ

บุคคลที่มีตัวตนเป็นคนรับใช้ที่ชื่อ Abilene Cooper มาเป็นตัวละครในนิยายที่ต่อมากลายเป็นหนัง ซึ่ง Abilene เองไม่ได้ยินยอมให้

นำเรื่องของเธอมาใช้ และรู้สึกไม่สบายใจที่หนังถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในแง่มุมที่คนทั้งโลกได้เห็น เธอพยายามฟ้องร้องเรียก

ค่าเสียหายแต่ศาลยกฟ้องไปในที่สุด

“แต่ฉันไม่ได้เสียใจในแง่ประสบการณ์ของการทำงานนะคะ เพราะทุกคนที่นั่นยอดเยี่ยมมาก ฉันได้รับมิตรภาพที่ดีมาก ๆ แม้หนังจะ

จบไปแล้ว ฉันมีประสบการณ์ที่ดีมากกับนักแสดงคนอื่น ๆ และ Tate Taylor (The Girl on the Train, Get on Up, Ma) ผู้กำกับก็

ทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นมาก” Davis กล่าวถึงเพื่อนร่วมงานที่มีตั้งแต่ Emma Stone, Bryce Dallas Howard, Octavia Spencer

และ Jessica Chastain (รายหลังเข้าชิงออสการ์สมทบหญิงกับ Davis จากเรื่องเดียวกันนี้ด้วย

เว็บดูหนังฟรี

Silver Linings Playbook ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ

Silver Linings Playbook ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ

Silver Linings Playbook เป็นหนัง Romantic Comedy

Silver Linings Playbook | Reviews | Screen

Silver Linings Playbook เป็นหนัง Romantic Comedy ที่มอง สนุก เพลิดเพลิน ตัวละครและความรัก ของ พวกเขา สามารถ

ทำให้ คนดู หลงรัก ได้ไม่ยาก แต่ สำหรับเรา ไม่ได้ ชอบ มากขนาด นั้น คือ เมื่อ ดู จบ ความรู้สึก คือ เออ มัน เปิ่น หนัง ที่ สนุก ดีนะ

แต่ไม่ได้ รัก ขนาด นั้นจนถึงเมื่อ กลับ ไป อ่านหนังสือ จน จบ ก็กลายเป็นว่า ถึงเราจะไม่ รัก หนัง แต่เรา โคตร รักหนังสือเล่มนี้ เลย

เรื่องเล่า ถึง ชีวิต หลัง ออกจาก สถานบำบัด ของ Pat ผู้ชาย ที่ มีความเชื้อ ใน แฮปปิ้ เอนดิ้ง เขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง มากมาย และ

ตั้งใจ ที่จะ เป็น ผู้ที่ ยิ่งขึ้นรอคอย วันที่ เขา จะได้ กลับมา รักกับ Nikki เมีย ในตอนนี้จำต้อง แยกกัน อยู่ เขา กลับมา ที่ บ้าน และก็

จะต้องเริ่มฟื้นฟู ความเชื่อมโยงระหว่างตัว เขา เอง กับ เพื่อนเก่า , แม่ , พี่ชาย รวมทั้งบิดาของเขา ที่ดูอย่างกับว่ามี เพียงแต่ อเมริกัน

บอล เพียงอย่างเดียว เพียงแค่นั้น ที่จะ เป็น กาว เชื่อม ดวงใจ ระหว่าง เขาบิดา แล้วก็ครอบครัว ทั้งสิ้นได้

ใน อีก เส้น เรื่อง หนึ่ง Pat ได้รู้ จัก กับ Tiffany น้องสาวของ เย เพื่อนรัก ของเขาที เพิ่งเสียสามี ของ เธอ ป เธอเอง ก็ จำเป็นต้องได้

รับ การบำปัด จาก จิตแพทย์ ไม่ต่ง จาก เขา เท่าไรความเชื้อมโยง ของ ทั้งคู่ คน ปรับปรุง ผ่าน การวิ่ง ไป รอบ เมือง โดย ที่ ไม่ บอก

กัน ซักศ และก็มื่อ Tiffany ยินดี ที่จะ เป็น แม่อแม่ชัก ฝ่า กำแพง ข้อบังคับ นำพา ใจความ ของเขาส่งให้กับ Nikki เขาก็ยินดี ที่จะ

เป็นคู่เต้น ของ คุณ เพื่อ ลงแข่งขัน การ เต้นรายปี

ด้วย พล อท เดียวกัน เวอร์ชั่น หนัง ให้ความสำคัญ กับ ความสัมพันธ์ ของ Tiffany และ Patโดย แต่ง เพิ่มเต็ม เพื่อให้ มัน มีรส ชาติ

ของ Rom-Com ที่ คน จะตกหลุมรัก ได้อย่างง่ายดายโดย ใส่ เรื่อง ของ Faith & Bet เข้าไป ทำให้ความรัก มัน ปันเทิงใจ และก็บ้

วาย ป่วงดี แม้กระนั้น ช่วงหลัง ของ หนัง มัน แผ่ว การปรากฏตัว ของ Nikki ใน ฉากเต้นรำ รวมทั้งจากนั้นไปจนถึงหมดเรื่อง เป็น จุด

เปลี่ยนแปลง อย่างหน็ง ที่ ทำให้ พวกเรา ไม่ รัก หนัง หัวข้อนี้ ซักเท่าไหร่ไป เลย เนื่องจากว่า มัน ซ้ำแล้วก็ แปลงเป็น ไม่มีเสน่ห์ อีก

อย่าง เป็น การ เฉลยศตอบเงื่อน ที่ ทำให้ Pat จำเป็นต้อง เข้าไป อยู่ ใน สถานบำาบัด ตั้งแต่ กลางๆ ค่อน ไป ทาง ทีมาของ

เรื่อง นั่น ก็ ยิ่ง ทำให้เรา ไม่รู้ ว่า จะติดตาม อะไร

ในขณะที่เกือบสามร้อยหน้าของหนังสือนั้นไม่ได้มีฉากที่เร้าอารมณ์หรือปาฏิหาริย์จัดตั้งอะไรเป็นพิเศษ กลับกัน หนังสือทำให้เรา

โคตรอบอุ่นไปกับเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน วิถีชีวิตของคนอเมริกันที่หายใจเข้าออกเป็นกีฬาอเมริกันฟุตบอล และการพยายาม

สัมพันธ์ตัวเองของ Pat กับคนรอบๆ ตัวเขา ทั้งเพื่อน, จิตแพทย์, ครอบครัว และ Tiffany

เมื่ออ่าน เราจะรักแม่ของ Pat มาก มากจนเสียดายที่ในหนังเราไม่ได้รักตัวละครนี้มากขนาดนั้น ซึ่งเราก็เข้าใจว่าหนังมันมาให้น้ำหนัก

เรื่องความรักไปแล้วก็เลยทอนความ สำคัญ และโอกาสที่ตัวละครแม่ (Jacki Weaver) จะได้โชว์ความสามารถออกไปเยอะ (ใน

หนังสือนี่เราจะคาดหวังการแสดงจากบทนี้เลยนะ) ต่างจาก Tiffany ที่ในหนังสือจะเรียบเฉยไม่ได้หวือหวาอะไร แต่หนังเพิ่มบาง

ฉากให้ Jennifer Lawrence ได้ปล่อยพลังบ้าง ซึ่งก็ไม่ได้เยอะแยะ แต่เธอมีเสน่ห์ดีในครึ่งแรก จนกระทั่งครึ่งหลังที่ทั้งหนังและเธอ

แผ่วไปทั้งคู่เลย (แต่ฉากกรี๊ดตอนประกาศคะแนนนี่เป็นภาพติดตาไปเลยนะ)

ฉันว่าเหตุผลที่คนรักหนังสือเล่มนี้มาก (รวมถึงฉันด้วย) คงเป็นเพราะพาเราไปแตะยังหน่วยย่อยที่สุดของชีวิตนั่นก็คือครอบครัว

เป็นการซ่อมสร้างร่างกายและจิตใจของผู้ชายโพสิทีฟคนหนึ่งผู้ซึ่งเคยสูญเสียทุกอย่าง ผ่านความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ทั้งที่

รู้จัก และเพิ่งรู้จักกัน Pat เรียนรู้ที่จะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติผ่านการเผชิญความจริงที่เกิดขึ้นในทุกวัน ที่สถานบำบัดคือโลกที่ถูกปิด

กั้น เป็นโปรแกรมที่จะฟื้นฟูจิตใจที่เคยขาดภูมิคุ้มกันให้กลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม ด้วยสภาวะปิดแบบนั้นอาจจะดีกว่าเพราะมัน

ป้องกันเราไม่ให้เจอกันเรื่องร้ายหรือปัญหาที่น่าปวดหัว แต่การกลับมาใช้ชีวิตอย่างที่เคยใช้ เราห้ามและบังคับไม่ให้สิ่งใดเกิดขึ้นไม่

ได้ ไม่ใช่ทุกวันที่จะมี Silver Lining ปรากฏขึ้นบนฟ้า มันก็จะมีบางวันที่เมฆเทาๆ เข้ามาปกคลุม มันจะมีวันที่เราเจอเรื่องร้ายบ้าง แม้

Pat จะวางแผนเอาไว้ดีแล้วว่าเขาจะพยายาม “เป็นคนที่ดีมากกว่าทำสิ่งที่ถูก”  (“I am practicing being kind over being

right”) แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ แม้ว่าจะปวดหัวหรือหนักใจแค่ไหน มันก็เป็นการบำบัดและเสริมภูมิต้านทานชั้นดี ให้ Pat

เติบโตและแข็งแรงขึ้น

หนังให้น้ำหนักกับคำว่า Love ในขณะที่หนังสือให้ความสำคัญและทำให้เราเห็นรายละเอียดปลีกย่อยของคำว่า Life แต่หากได้ชม

และได้อ่านทั้งสองสื่อ มันก็จะช่วยเสริมเติมเต็มซึ่งกันและกัน เราจะได้ยิ้มให้กับความหวังของผู้ชายซื่อๆ ที่มองโลกในแง่ดีแบบสุด

โต่ง เราได้เห็นว่ามิตรภาพและหัวจิตหัวใจที่เป็นมิตรจากคนรอบข้างนั้นสำคัญเหลือเกินในการที่จะทำให้คนซักคนหนึ่งกลับมามี

กำลังใจเข้มแข็งดังเดิม และเราจะได้เห็นว่า แม้เส้นสีเงินที่เราหวังจะเห็นจะไม่มาให้เราเห็น แต่มันก็ไม่ได้มีเพียงเส้นนั้นเส้นเดียวซะ

เมื่อไหร่ ตอนจบที่แฮปปี้เอนดิ้งมันเกิดขึ้นได้ อาจจะไม่ใช่ในแบบที่เราหวังไว้ แต่สุดท้ายมันก็ทำให้เรายิ้มได้เหมือนกัน

เว็บดูหนังฟรี

หนัง The Lobster โสด เหงา เป็น ล็อบสเตอร์

หนัง The Lobster โสด เหงา เป็น ล็อบสเตอร์

เรื่องย่อ THE LOBSTER

เรื่องย่อ THE LOBSTER

เรื่องย่อ THE LOBSTER หลังจากภรรยาหลบหนีไปกับชู้ David (Colin Farrell จาก Total Recall, True Detective) จึงกลายเป็นคนโสดและถูกพาไปยัง The Hotel ซึ่งเป็นสถานที่ที่กักกันคนโสดให้มาอยู่รวมกันเป็น community ดูแลโดยผู้จัดการโรงแรม (Olivia Colman จาก The Iron Lady)

ที่ The Hotel คนโสดทุกคนจะต้องหาคู่ให้ได้ภายใน 45 วัน มิเช่นนั้นจะต้องถูก transform ให้กลายเป็นสัตว์ตลอดไป โดยแต่ละวันพวกเขาจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา การเต้นรำ นันทนาการ และการออกล่าคนโสดหรือ The Loners ที่อาศัยอยู่ในป่า ถ้าจับ The Loners ได้ 1 คน ก็จะได้ยืดอายุของการเป็นมนุษย์ได้อีก 1 วัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสาว Maid (Ariane Labed) มาบริการคอยช่วยกระตุ้นอารมณ์ความเป็นชายให้ทุกวัน โดย ณ ที่นี่ การช่วยตัวเองก็เป็นเรื่องต้องห้าม

David ได้เพื่อนใหม่คือ ชายพูดไม่ชัด (John C. Reilly) ที่คิดไว้แล้วว่าตัวเองจะเป็นนกแก้ว และ John ชายขากะเผลก (Ben Whishaw จาก Spectre, Skyfall, Cloud Atlas) ที่ตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมกลายเป็นสัตว์เด็ดขาด จึงพยายามตามจีบสาวที่เลือดกำเดาไหลตลอดเวลา (Jessica Barden) มาเป็นคู่ตุนาหงัน

ตัว David เองก็ไม่ได้กระตือรือร้นอะไรเลย เขาไม่สนใจจะหาคู่และไม่เหลียวแลมนุษย์ป้าบิสกิต (Ashley Jensen) ที่มาตามอ่อยเขาด้วย เขาใช้ชีวิตไปวันๆ อยู่กับ Bob พี่ชายของเขาที่ตอนนี้กลายเป็นสุนัขสัตว์เลี้ยงของเขา เขาตั้งใจว่าเขาจะเป็นล็อบสเตอร์ เพราะกุ้งชนิดนี้อายุยืนเป็นร้อยปี มีเลือดสีน้ำเงินเหมือนเลือดผู้ดี และเขาเองก็ชอบทะเลเป็นการส่วนตัว

จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเกิดไปสปาร์คและแต่งงานกับสาวใหญ่ไร้หัวใจ (Angeliki Papoulia) แต่ต่อมาก็ฝืนกันไปไม่รอด David หนีออกจาก The Hotel เข้าป่าไปอยู่กับพวก The Loners และได้รู้จักกับสาวสวยสายตาสั้น (Rachel Weisz จาก The Mummy)

แต่การอยู่กับกลุ่ม The Loners ก็ไม่ได้ง่าย เพราะหัวหน้ากลุ่ม (Léa Seydoux จาก Spectre, Blue Is the Warmest Color, The Grand Budapest Hotel, Mission: Impossible) ตั้งกฎไว้ว่าห้ามจีบ ห้ามรัก และห้ามมีเพศสัมพันธ์กันเด็ดขาด (แต่สามารถช่วยตัวเองเมื่อใดก็ได้) ดังนั้นความสัมพันธ์ของ David กับสาวสวยสายตาสั้นจึงเป็นรักต้องห้ามเช่นกัน

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ THE LOBSTER

ช่วงหลังๆ มานี้ พวกเราอาจจะได้ดูหนังแนวโลกดิสโทเปียกันหลายเรื่อง ตั้งแต่ The Hunger Games, The Maze Runner, หรือ Divergent แต่จะเห็นได้ว่าพวกนั้นล้วนแต่เป็นหนังไตรภาคยาวๆ แบ่งมนุษย์เป็น class หรือ faction มากมาย (The Hunger Games ก็มี Capitol + 13 Districts ส่วน Divergent ก็มีกัน 4 factions + factionless) และเน้นแต่วัยรุ่นวัย YA (Young Adults)

The Lobster ก็เป็นสังคมดิสโทเปียเช่นกัน แต่แบ่งคนเป็นแค่สองกลุ่มใหญ่ๆ คือคนมีคู่กับคนไม่มีคู่ อ้างอิงจากสังคมปัจจุบันที่ชอบคาดหวังให้คนคนนึงต้องมีคู่ (เรียนจบ ทำงาน แต่งงาน บลาๆๆ) และในเรื่องนี้จะแทบไม่มีเด็กเลย มีก็แต่วัยหนุ่มใหญ่สาวใหญ่ ซึ่งแต่ละคนมักมีความแปลกประหลาด ไม่สมประกอบ ขาดๆ เกินๆ เช่น ขากะเผลก, พูดไม่ชัด, เลือดกำเดาไหลตลอดเวลา, สายตาสั้น ฯลฯ

นอกจากนี้คนมีคู่จะได้อยู่ในเมืองหรูหรา ชีวิตดี๊ดี มีอิสระ ในขณะที่คนโสดเหมือนคนแปลกแยก เป็นเสมือน “คนชายขอบ” ของสังคม ถูกกักกัน ถูกบังคับให้ทำนู่นทำนี่ราวกับไม่ใช่คน และสุดท้ายก็ต้องกลายเป็นสัตว์ หรือไม่ก็เป็นคนเร่ร่อนตามชายป่า

เราชอบพล็อตอันแยบยลและการสร้างโลกดิสโทเปียให้คนโสดใน The Lobster มาก กล่าวคือหนังเขาเอาเรื่องของความรัก ความสัมพันธ์ และชีวิตคู่ มาผูกโยงกับเรื่องความเป็น ความตาย และการเป็นสัตว์ ดังนั้น The Lobster จึงเป็นหนังตลกร้ายที่ตอกย้ำคนโสดและจิกกัดคนมีคู่ได้อย่างเจ็บแสบที่สุดเรื่องหนึ่งที่เราเคยดูมาเลยทีเดียว

เมนไอเดียของชีวิตคู่ที่เห็นได้บ่อยครั้งที่สุดใน The Lobster คือการพยายาม “หา” คนที่เหมือนกับคนที่เราเป็น และพยายาม “เป็น” คนที่เหมือนกับคนที่เราหมายปอง (“A wolf and a penguin cannot live together,”)

กล่าวคือ ตัวละครในเรื่องจะพยายามจับคู่ตัวเองกับคนที่มีปมด้อยคล้ายๆ กัน เช่น คู่ขากะเผลก คู่เลือดกำเดา หรือคู่สายตาสั้น ซึ่งบางที… อะไรแบบนี้มันก็มาพร้อมกับการโกหกเสแสร้ง ซึ่งแน่นอนว่า มันย่อมไม่จีรัง วันนึงก็ต้องมีคนใดคนหนึ่งจับได้ หรือไม่ก็ต้องมีวันนึงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลิกพยายามที่จะฝืนตัวเอง

แล้วในเมืองนี้ ความเป็นกลางและความพอดีที่ไม่มีอยู่จริง คนโสดต้องมีคู่ แล้วต้องระบุชัดเจนเลยว่าจะเอาผู้หญิงหรือเอาผู้ชาย เพราะจะไม่มีชอยส์ Bisexual ให้เลือกสำหรับยุคนั้นแล้ว แม้กระทั่งที่ The Hotel ก็จะไม่มีรองเท้าไซส์ครึ่ง เช่น 44.5 ให้เลือกใส่ ผู้ใส่ต้องเลือกระหว่าง 44 หรือ 45 เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ต้องเลือกใส่รองเท้าไซส์หลวมมากกว่าไซส์คับ

การเลือกคู่ชีวิตก็คงเหมือนการเลือกรองเท้า เพราะเราต้องใส่รองเท้าเดินไปไหนมาไหนตลอดทุกวัน เราต้องเลือกรองเท้าทั้งแบบที่เราชอบ ทั้งที่ใส่สบายและไซส์พอดีกับเราที่สุด ซึ่งบางทีมันอาจจะไม่ได้พอดีเป๊ะๆ แต่เราก็จำเป็นต้องใส่รองเท้า เพราะการใส่รองเท้ามันดีกว่าและปลอดภัยกว่าการเดินเท้าเปล่า

ที่ The Hotel ผู้จัดการจะแบ่งแยกชนชั้นคนโสดกับคนมีคู่อย่างชัดเจน เช่น กิจกรรมกีฬา คนโสดก็ต้องเล่นแต่กีฬาเหงาๆ เช่น ตีกอล์ฟ หรือว่ายน้ำ และจะไม่สามารถเข้าไปในโซนกีฬาประเภทคู่ อย่างเช่น เทนนิส ของคนมีคู่ได้เลย (คือก็เข้าใจนะว่ามันเป็นกิจกรรมที่ต้องทำเป็นคู่ แต่นี่คือ ถึงแม้ว่าจะมีเพื่อนไปด้วยก็เข้าไปเหยียบสนามไม่ได้ ใจร้ายที่สุด!)

นอกจากนี้ผู้จัดการโรงแรมยังพยายามทำให้คนโสดเห็นว่า โอเคค่ะ… เป็นโสดไม่ตาย… แต่การเป็นโสดคือ insecurity และ uncomfortableness และการมีคู่จะ more secure และ more comfortable มากกว่า เช่น การทานอาหารด้วยมือข้างเดียว การทายาแก้ปวดในส่วนที่มือเอื้อมไม่ถึง หรือการเดินคนเดียวในยามราตรีที่แสนเปลี่ยว เป็นต้น โดยแทบไม่เมนชั่นเลยว่าการมีคู่ จริงๆ แล้ว ก็มีปัญหาให้รับมือเช่นกัน

ดังนั้น การที่จะมีชีวิตรอดอย่างมีความสุขที่เมืองแห่งนี้ บางทีเราอาจจะต้องใส่รองเท้าที่หลวมบ้างคับบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเห็นว่าเรามักเลือกคู่ที่หลวมมากกว่าคู่ที่คับ เพราะมันน่าจะเจ็บน้อยกว่า และหวังว่าวันนึงจะมีอะไรมาเสริมให้พอดีกว่านี้ โดยถ้าเป็นคู่ชีวิตจริงๆ สิ่งที่มาเสริมให้พอดีมักมาในรูปแบบของ “เด็ก” นั่นเอง

ที่ The Hotel จะแย่งคู่ข้าวใหม่ปลามันออกไปอีกกลุ่มหนึ่ง และในช่วงทดลองโปร ก็มีบริการเสริมให้ในกรณีที่คู่ใดทะเลาะระหองระแหงกันโดยการแถม “ลูก” ให้ไปเลี้ยงดูร่วมกันหนึ่งคน (“Children can be provided,”) มันทำให้เราเข้าใจเลยว่า นี่นั่นเอง ที่เราได้ยินมาแต่เด็กว่า “ลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจของพ่อแม่”

ประเด็นลูกเป็นกาวใจทำให้เราครุ่นคิดต่อไปอีกว่า สรุปแล้วสิ่งที่ทำให้คู่ชีวิตคู่หนึ่งอยู่ด้วยกันไปตลอดรอดฝั่งมันไม่ใช่ความรักหรอกเหรอ มันคือลูกหรอกเหรอ แล้วบางคู่มีลูกด้วยกันแล้วก็ยังเลิกรากันได้อยู่ดี สรุป… คนเราต้องการอะไรจากความสัมพันธ์ลักษณะนี้กันแน่? แค่มีลูกไว้สืบสายวงศ์ตระกูลหรือมีคนมาเลี้ยงดูดูแลเราตอนแก่เฒ่าเท่านั้นกระนั้นหรือ?

ความพยายามทั้งหลายแหล่ในหนัง The Lobster ทำให้เราเห็นว่า ความสัมพันธ์ของคนหลายคู่ก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักเสมอไป บางคนต้องการมีความรักและตามหาคู่ชีวิตเพียงเพราะ “ไม่อยากอยู่คนเดียว” คิดว่าการอยู่คนเดียวนั้นแสนเหงาและลำบาก

หลายคนจึงเลือกจิ้มๆ คนที่ดูโอเคที่สุดในรัศมีตัวเองแล้วก็จีบๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยลงหลักปักฐานกัน มิหนำซ้ำบางคู่ก็ต้องเสแสร้งว่ารักกันดี เพื่อภาพลักษณ์ของครอบครัวให้ดูดีในสายตาต่อคนรอบข้างหรือกระทั่งให้พ่อแม่สบายใจว่าเราเป็นฝั่งเป็นฝามั่นคง

ในขณะที่สำหรับบางคน… ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจแหละว่า การอยู่คนเดียวเหงาๆ มันยาก แต่การหาพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมจริงๆ นั้นก็ยากพอๆ กัน มีปัญหาเหมือนกันถึงแม้จะคนละรูปแบบก็ตาม (“It’s so hard to be alone but so hard to find a true partner too,”)

ดังนั้น บางคนเขาก็คงเลือกของเขาแล้วล่ะว่า ความปลอดภัยหรือความมั่นคงในชีวิตไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด หากแต่คือความอิสระและการเป็นตัวเองต่างหากที่เขา value พูดง่ายๆ คือ ถ้าหาคนที่เข้ากันและให้เราเป็นตัวเองด้วยไม่ได้ การอยู่คนเดียวและกลายเป็นสัตว์ มันก็อาจจะดีกว่าสำหรับเขา ถ้าการเป็นโสดตลอดชาติมันจะมีปัญหาจริงๆ ล่ะก็…มันก็เป็นปัญหาของเขาคนเดียวอยู่ดี ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของใคร

เพราะอย่างน้อยการอยู่คนเดียว เขาก็จะมีอิสระ ไม่มีใครมาบังคับให้ทำหรือไม่ทำอะไร เป็นอะไรก็ได้ที่ตัวเองอยากเป็น และได้คงความเป็นตัวเองเอาไว้ ดังนั้นในหนัง เราจะได้เห็นสัตว์นานาชนิดเดินโดดเดี่ยวร่อนไปร่อนมาในหลายๆ ซีน เช่น นกยูง กระต่าย อูฐ นกฟลามิงโก้ ฯลฯ และก็ได้แอบนั่งคิดเล่นๆ อยู่คนเดียวว่า สัตว์หรือคนที่ “หาคนคู่ไม่ทัน” ทั้งหลายเหล่านี้… เขาเป็นคนยังไง และทำไมถึงเลือกเป็นสัตว์ชนิดนี้

เช่น สาวผมสวยนมสวยคนหนึ่งในเรื่อง เธอเป็นคนที่สวยเลยแหละ แต่กลับไม่มีใครเข้ามาจีบและหาคนที่เข้ากับเธอไม่ได้เลย ในขณะที่เพื่อนรักของเธอ ซึ่งสวยน้อยกว่าเธอ แถมยังมีปัญหาบกพร่องทางร่างกาย กลับมีแต่คนมาขอเต้นรำด้วย และสุดท้ายก็ทิ้งเธอ…หลงลืม…ละเลยเธอไปมีคู่ชู้ชื่นสบายอุราอยู่คนเดียว (เออ พวกที่มีแฟนแล้วลืมเพื่อน ควรไปดู) จนกระทั่งวันที่ 45 สาวสวยคนนั้นก็เลือกที่จะเป็นลา (หรือม้าวะ?) ที่ยังคงมีขนบลอนด์สลวยสวยเก๋ที่เธอรักและภูมิใจปกคลุมช่วงต้นคอของเธออยู่ต่อไปชิกๆ

ดังนั้น สำหรับเรา… หลังจากดูหนังเรื่องนี้… เรารู้สึกว่า จริงๆ แล้วคนมีคู่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จกับความรักเสมอไป คนที่ไม่มีคู่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นคนที่ล้มเหลวกับความรักเสมอไป คนที่มีความสุขที่สุดคือการได้อยู่กับ “คนที่ใช่” คุยภาษาเดียวกัน และเรายังได้ “เป็นตัวของตัวเอง” ไปด้วย โดยไม่ต้องฝืนพยายามหรือเสแสร้งแกล้งทำต่างหาก

เพราะไม่ว่าจะมีคู่หรือไม่มีคู่ ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตมันก็ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่ดี คนที่เข้ากันได้วันนี้ วันหน้าอาจจะเข้ากันไม่ได้แล้วก็ได้ จริงมั้ย?

สุดท้ายท้ายสุด สิ่งที่เราชอบอีกอย่างหนึ่งของ The Lobster ก็คือ ไม่ว่าคู่ไหนหรือคนไหนจะมีปัญหา เช่น ผู้จัดการโรงแรมทำอย่างไรหลังจากรู้ว่าสามีของเธอโกหกเธอ สาวเลือดกำเดาจัดการอย่างไรกับคุณแฟนหลังจากค้นพบว่าเขาเฟคใส่เธอเรื่องเลือดกำเดาเสมอมา หรือชายหนุ่มจะยอมทำให้ตัวเองตาบอดตามหญิงสาวที่เขาหลงรักด้วยหรือเปล่า ฯลฯ หนังจะไม่เฉลยคลี่คลายปมอย่างชัดแจ้งให้คนดูเลย แต่กลับทิ้งไว้ให้คนดูคิดต่อเองจนกระทั่งนาทีสุดท้าย…

เว็บดูหนังฟรี

หนัง Interstellar เล่าเรื่องราวของกลุ่มนักสำรวจ

หนัง Interstellar เล่าเรื่องราวของกลุ่มนักสำรวจ

Interstellar ทะยานดาวกู้โลก

Interstellar ทะยานดาวกู้โลก

Interstellar ทะยานดาวกู้โลก ภาพยนตร์ นิยายวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2014 ที่ เตรียม ขึ้นแท่น เป็น หนัง อวกาศ ที่ ยิ่งใหญ่แห่งยุค ผลงาน การกำกับ โคย คริส โต

เฟอ ร์ โน แลน ที่จะ กล่าวถึง โลก ใน ช่วง วาระสุดท้ายแห่งสมัย เมื่อกลุ่ม นัก ตรวจสอบ สาเป็นต้อง รับ ภารกิจ ที่ สำคัญ สุด ใน

ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ กับการเดินทาง กา แล็ค ฮัน ไกลมาก เพื่อ ค้นหา ความน่าจะเป็น ในอนาคตของ มนุษยชาติ ไม่มี อะไร รับ

ประกัน ได้ เลย ว่า พวกเขา จะ ได้ กลับมา พร้อม การบรรลุเป้าหมายหรือเปล่า

เรื่องย่อ

เรื่องราว ใน ยุค ช่วงปลาย ของ โลก ที่ ทุกอย่าง กำลังจะ จบสั่น ลงตาม วัฏจักร แห่ง จักรวาลมนุษยชาติ กำลังจะต้องเผชิญ กับ

ความยากแค้น ขาด ซึ่ง อาหาร และ ต้อง ผจญ กับ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ต่างๆ หนทาง ในการ แก้ปัญหา มีทาง เตี้ยว ซึ่ง ไม่ เหลือ

ลู่ทาง สำหรับการ กอบกู้โลก ด้วยวิธี ใดอีกต่อไป แล้ว แต่ว่า เป็น หนทาง ที่จะ พลิก หน้า ประวัติศาสตร์ ของมนุษยชาติไป อย่างสิ้น

เชิง กับ การเดินทาง ข้าม สู่ กา แล็ค ซี ฮัน ไกลโ พ้น เพื่อค้นหาดาวดวง ใหม่ สำหรับมนุษย์

“คู เปอร์” นายวิศวกร คุณพ่อลูกสอง จะต้อง ตัดสินใจ สำหรับการ ร่วม กลุ่ม ที่ สำคัญ สุด ในประวัติศาสตร์ มนุษยชาติ คราวนี้ เพื่อ

ร่วม เดินทาง ค้นหา ดาว ดวง ใหม่ ให้ กับ มนุษยชาติพร้อมด้วย การ จะต้อง ลาจาก กับ ครอบครัว แล้วก็ ลูกๆ

ภารกิจ ที่ ไม่รู้ปลายทาง ว่าอยู่ห่างไกล เพียงใด ไม่มี อะไร รับรองความสำเร็จ และไม่ มีทางทราบ ด้วยว่า จะ ได้ กลับมา หรือ ไม่

…เรืองราว การเดินทาง ข้าม ผ่าน ห้วงเวลา แห่ง มิติ ผ่าน “รูหนอน” ที่ ซึ่งเป็นเพียง หนทาง เดียว ของ ความอยู่รอด เพื่อ รักษา เผ่า

พันธุ์ มนุษยชาติ และ เพื่อลูกๆ ฮันเป็น ที่รัก ของคู เปอ ร์

เมื่อโลกเข้าสู่ห้วงสุดท้ายในยุคเรา ทีมนักสำรวจต้องรับภารกิจที่สำคัญสุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยการเดินทางสู่กาแล็กซีอันไกลโพ้น เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ว่าในอนาคตมนุษยชาติอยู่ท่ามกลางดวงดาวได้หรือเปล่า

ผลงานจากผู้สร้างฯ ชื่อดัง คริสโตเฟอร์ โนแลน (ภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight, Inception) Interstellar นำแสดงโดยแมทธิว แม็คคอนอเฮย์ เจ้าของรางวัล Oscar (Dallas Buyers Club), แอนน์ แฮทธาเวย์ (เจ้าของรางวัล Oscar Les Miserables), เจสสิก้า แชสเทน ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (Zero Dark Thirty), บิล เออร์วิน (Rachel Getting Married), เอลเลน เบอร์สติน เจ้าของรางวัล Oscar (Alice Doesn’t Live Here Anymore) และไมเคิล เคน เจ้าของรางวัล Oscar (The Cider House Rules) นักแสดงคนสำคัญคนอื่นยังรวมถึงเวส เบนต์ลีย์, แคซีย์ เอฟเฟล็ค, เดวิด ไกอาซี่, แม็คเคนซี่ ฟอย และโทเฟอร์ เกรซ

กำกับฯ โดย คริสโตเฟอร์ โนแลน เขียนบทฯ โดย โจนาธาน โนแลน และคริสโตเฟอร์ โนแลน ภาพยนตร์เรื่อง Interstellar อำนวยการสร้างฯ โดย เอ็มม่า โธมัส, คริสโตเฟอร์ โนแลน และ ลินดา ออบต์ อำนวยการสร้างบริหารฯ โดย จอร์แดน โกลด์เบิร์ก, เจค ไมเยอร์ส, คิป ธอร์น และโธมัส ทุล

 

เรื่องราวของหนัง

– โลกในยุคที่เริ่มแห้งแล้งขาดแคลนอาหาร พายุฝนเปลี่ยนเป็นพายุฝุ่น นาซ่าเลยต้องหาแหล่งที่อยู่แห่งใหม่ให้คน
– พระเอกบังเอิญเจอสัญญาณแรงโน้มถ่วงที่บ้าน พระเอกเลยเป็นผู้ถูกเลือกให้เป็นทีมนักสำรวจค้นหาดาวมิลเลอร์ อารมณ์             เหมือนกระเป๋าหลุยส์งานมิลเลอร์ที่เค้าชอบฝากร้านในไอจีเซนเล็ปทั้งหลายทั่นแหล่ะ
– ทีนี้พระเอกและทีมจะไปเจอดาวมิลเลอร์ โลกใหม่หรือไม่? แล้วทำไมอยู่ดีๆ พระเอกถึงถูกเลือก? ต้องติดตามดูในโรงหนังฮะ

เป็นยังไงบ้าง ?

1. นี่เป็นหนังของ คริสโตเฟอร์ โนแลน เจ้าพ่อหนังล้ำหนังไฮคอนเสปในยุคนี้
2. นี่เป็นหนังไซไฟดราม่า ที่ดราม่ามาก
3. หนังเต็มไปด้วยหลักการณ์วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ คืออาจต้องใช้พลังในการตั้งใจดูและสมองในการทำความเข้าใจภาษาไซไฟสักหน่อย แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้อาจมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ คือคนชอบหนังไซไฟน่าจะชอบเรื่องนี้เป็นพิเศษ
4. อย่างแอดแมวนี่บอกเลยช่วงที่หนังไซไฟอธิบายหลักการณ์เหตุผลของหนังเป็นช่วงที่ไม่เก็ท อะไรคือ กฎเมอฟี่ แรงโน้มถ่วงของโลก ฮอไรซั่น รูหนอน หลุมดำ รหัสมอส อันนี้ไม่ใช่หนังไม่ดี แต่เป็นเพราะคืนความรู้เรื่องฟิสิกส์ไปตั้งแต่ตอนเรียนปีสองแล้วฮะ
5. การเล่าเรื่อง เราจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับเนื้อหาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะการกระทำของตัวละครหรือเหตุผลบางอย่างก็สร้างความขัดแย้งในความคิด เหตุผลหลายอย่างฟังแล้วก็รู้สึกสงสัยทำไมมันอย่างนั้นอย่างนี้ หลายอย่างก็ดูบังเอิ้๊น บังเอิญจงใจไปหน่อย
6. พูดถึงเรื่องเทคนิคด้านภาพ เรื่องนี้คือว่าเจ๋ง ฉากในอวกาศยิ่งใหญ่และเงียบเหงา เสียงซาวน์หึ่งๆ ตามสไตล์ โนแลนนี่เหมาะกับการดูไอแมกจริงๆ เบทตึ้บๆ นั่งดูไปสะท้านเสียงเบทไป แค่ฉากคลื่นยักษ์กับฉากข้ามรูหนอนแค่สองฉากนี้ถือว่าคุ้มค่าไอแมกแล้ว
7. หนังรวมดาราระดับออสก้าร์ทั้งนั้น ตั้งแต่ เจสสิกา แชสเทนที่เคยเข้าชิงออสการ์ นำหญิงจาก Zero Dark Thirty แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ เจ้าของรางวัลออสการ์ปีล่าสุด จาก Dallas Buyers Club รวมถึง แอนน์ แฮทธาเวย์ แมท เดมอน ไมเคิล เคน

เว็บดูหนังฟรี

ภาพยนตร์แนวไซไฟ Gravity มฤตยู แรงโน้มถ่วง

ภาพยนตร์แนวไซไฟ Gravity มฤตยู แรงโน้มถ่วง

ภาพยนตร์ Gravity

ภาพยนตร์ Gravity

ภาพยนตร์ Gravity – มฤตยู แรงโน้มถ่วง ที่ กำลังจะ เข้าฉาย ในบ้านเรา 3 ตุลาคมนี้ เป็น

ภาพยนตร์ ที่รวม สุดยอด ผู้แสดง และ ทีมงาน ผู้อยู่เบื้องหลัง ที่ ผ่าน การการัน ตี ด้วยรางวัล

มากมายก่ายกอง หลายคน ไม่ว่า จะ เป็น นักแสดง เจ้าของรางวัล Academy Award แซน

ตร้า บูลล็อค (“The Blind Side”) และ จอร์จ คลูนีย์ (“Syriana”) รับบท แสตง ในเรื่อง

Gravity เรื่องราว ตื่นเต้น ระทึกขวัญ ที่จะ พา คุณ สู่ห้วงลึก แห่ง จักรวาล ที่ ยากเกิน จะ หา

ขอบเขต ได้ ภาพยนตร์กำกับ ฯ โดย ฮัล ฟอน โซ่ วรอน ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (“Children of Men”)

Gravity – มฤตยู แงโน้มถ่วง เป็นเรื่อง ราว ของ ตร. ไร อัน สโต น (แซนดร้า บุลล็อค)

วิศวกรรม อัจฉริยะด้านการแพทย์ ที่อยู่ ใน ภารกิจ บน ยานอวกาศ เป็นครั้งแรก ร่วมกับ แม็ตต์

โคว้ลสกี้ นุษย์อวกาศ มากประสบกรณ์ (คลูนีย์) แต่ ช่วง ที่ เน สำรวจ อวกาศ ได้เกิด

เหตุ ร้าย ขึ้น ยานอวกาศฟัง สิ้น สภาพ จนกระทั่งส โต น และ โค วัลสกี้ต้อง อยู่ อย่างเคว้ง คว้ง

ไม่สามารถที่จะ ยึดติด กับ สั่งใด ได้ นอกเหนือจาก พวกเขา ที่ ต้อง โคจร ออก ไป ในความมืดมน

ความเงียบ สงัด บอก กับ พวกเขา ว่า หมดทาง ติดต่อ กับ โลก … และ โอกาส ในการ ได้รับ ความ

ช่วยเหลือ แล้ว ขณะที่ ความกล้ว เปลี่ยนเป็น อาการ ขวัญเสีย ห้วง อวกาศที่ กว้างใหญ่ ก็ ทำให้

ออกซิเจน ที่ มีน้อย นิด ค่อยๆ หมดลง แม้กระนั้น จังหวะ เดียว ที่กำลังจะได้ กลับบ้าน คือ การเดิน

ทางสู่ห้วง อวกาศ ที น่ากลัวต่อไป

ภาพยนตร์เรือง Gravity – มฤตยุ แงโน้มถ่วง เขียนขึ้น โดย ฮัลฟอนโซ่ วรอน และก็ โจนั

ส ตัวรอน อำนวยการ สร้าง ฯ โดย อัลฟอนโซ่ ตัวรอน แล้วก็ เวิด เฮย์แมน ( ภาพยนตร์

เรื่อง “Harry Potter” ฮนวยการสร้าง บริหารฯ โดย คริส เดอฟาเรีย, นิกกี้ เพ็นนี่ แล้วก็

สตี เฟ่น โจนส์

คณะทำงาน ผู้อยู่เบื้องหลัง ได้แก่ ผู้กำกับ ภาพ ที่ เข้า ชิงรางวัล Oscar มานับ ไม่ ถ้วน อย่าง

เอ็ม มานู เอล ลูเบ ซกี้ (“Children of Men,” “The New World”; ผู้ออกแบบ ฉาก แอนดื้

นิโคลสัน ผู้สำาตับภาพ อัล ฟอน โซ่ ตัวรอน และ มาร์ค แซน เก อร์ และ ดีไซน์ เครืองแต่ง

กาย โดย เจนี เทมิเม (ภาพยนตร์เรื่อง “Harry Potter” ควบคุมวิชวล เอ็ฟเฟ็กต์ โดย ทิม

เว็บ เบอร์ ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (“The Dark Knight”) ประฟันธ์ดนตรี โดย สตีเฟ่น ไพรซ์

ดูหนังออนไลน์

หนังDunkirk | ชายหาดแห่งความสิ้นหวัง

หนังDunkirk | ชายหาดแห่งความสิ้นหวัง

Dunkirk

Dunkirk

Dunkirk จำเป็นต้อง เอา ชื่อ คริส โต เฟอ ร์ โน แลน ขึ้นมาก่อน สิ่งอื่น ใด ครับ เพราะว่า เทียบ หน้า หนัง ก้น

แล้ว ถ้าเอา เป็น หนัง ดราม่า สงคราม ที่ มี ฉาก ชายหาด เป็น โลเกชั่น ยังไง ก็ ต้อง ให้ Saving

Private Ryan (1998) ของ สปี ลเบิ ร์ก มา เป็น อันดับหนึ่ง ถ้า จะ เอา ว่า ดารา ใหญ่มาเล่น ตั้ง

สุด ก็มีเพียงแค่ ทอม ฮาร์ตี้ และ เคน เน็ธ บรา นา จ์ กับเจ้าของ รางวัล ออสการ์ สมทบ ชาย

อย่าง มาร์ก ไร แลน ส์ เท่านั้นเอง แถมที่เหลือ ซึ่ง กุม พื้นที ส่วนใหญ่ ใน หนัง ก็ เปีน เพียง

ดารา วัยรุ่น หน้าใหม่ เสีย แทบทั้งนั้น ด้วย ฮ่อ อาจ ขาย ได้ ว่า เป็นการ เล่น หนังใหญ่ ครั้งแรก

ของ นักร้องไอตอล ระดับโลก จาก วง วันไดเร็กชั่น อย่าง แฮร์รี่ สไตล์ส แต่เอาจริงๆ ว่า คน

ชอบดูหนัง คนไหนกัน จะ มา สน ล่ะ? กล่าว กันตามจริง หนัง ประเด็นนี้ ส่วน ที่ น่าดึงดูด สูงที่สุด

เป็น เป็น หนัง ของ โน แลน ผู้ผลิต การเกิด ทาง ภาพยนตร์แบบ กระเทือน ไป ทั่วทั้งโลก ได้

หลาย ต่อ บ่อย นี่ ล่ะ นะครับ

และขอบอกตรงนี้เลยว่านี่คือหนังชั้นมาสเตอร์พีซของโนแลน และจะกลายเป็นตำนานหนังสงครามที่เยี่ยมที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลกไปอีกหลายสิบปีเลยด้วยครับ

หนังเรื่องนี้จับเหตุการณ์จริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณเมืองดันเคิร์กชายฝั่งของประเทศฝรั่งเศส กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรในขณะนั้นเสียทีให้ฝ่ายอักษะของนาซีจนล่าถอยมาติดค้างอยู่ที่เมืองนี้จำนวนมาก ในครั้งนั้นกองทัพอังกฤษของฝ่ายสัมพันธมิตรจนปัญญาในการอพยพเหล่าทหารของตนที่เมืองนี้ร่วมหลายแสนชีวิตให้ออกจากสมรภูมินรก ทั้งยังการถูกปิดล้อมก็ทำให้เหล่าทหารกลายเป็นเป้านิ่งให้เครื่องบินศัตรูยิงทิ้งเล่น เรียกว่ารอวันที่ฝ่ายอักษะไล่บี้มาถึงเพื่อสังหารทิ้งไม่เร็วก็ช้าเท่านั้นเอง และหากเป็นเช่นนั้นฝ่ายสัมพันธมิตรก็จะสูญเสียกำลังพลครั้งใหญ่ ยังส่งผลให้ฝ่ายอักษะได้รุกคืบสู่เกาะอังกฤษซึ่งเป็นจุดยุทธการสำคัญในสงครามครั้งนี้ของฝ่ายสัมพันธมิตรด้วย เพราะหากเสียอังกฤษเป้าหมายต่อไปย่อมต้องเป็นอเมริกาและแน่นอนหน้าประวัติศาสตร์โลกคงไม่เหมือนอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนี้แน่ ๆ

ในตอนนั้นชาวบ้านและชาวประมงจากอังกฤษต่างถูกเกณฑ์ให้นำเรือบ้าน ๆ ของตน ที่ไม่ได้รับการติดอาวุธใด ๆ ออกสู่ทะเล เข้าสู่สมรภูมิเลือดที่ดุเดือดถึงขีดสุดทั้งบนฟ้าและผืนน้ำ เพื่อนำชีวิตของกำลังพลที่ดันเคิร์กกลับสู่บ้าน ซึ่งตรงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งในจุดเปลี่ยนของสงครามที่เกิดขึ้นด้วยพลังของชาวบ้านธรรมดา ๆ ล้วน ๆ เลยครับ

วีรกรรมของชาวบ้านตาดำ ๆ นี้ก็คงโดนใจโนแลนผู้กำกับที่เติบโตมาบนเกาะอังกฤษอย่างจัง เปรียบไปก็คงไม่ต่างจากคนไทยที่ภูมิใจในชาวบ้านบางระจันนั่นล่ะครับ แต่นี่คงแบบยิ่งใหญ่กว่าเยอะ เพราะเป็นสงครามระดับตัดสินหน้าตาของโลกได้เลย

หนังใช้วิธีเล่า 3 ส่วนไปพร้อมกันโดยการดีไซน์ที่ฉลาดมาก ๆ ตั้งแต่ชื่อหนัง ที่มีการใช้ 3 เฉดสีแทนท้องฟ้า ผืนน้ำ และแผ่นดิน ซึ่งแทนถึงสมรภูมิห้ำหั่นของสงครามโลกที่มีทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก นอกจากนี้หนังยังใช้การเล่าไม่ลำดับเหตุการณ์ที่ทำให้เราคาดเดาและลุ้นไปกับทุกวินาทีของหนังอย่างชาญฉลาดมากจนบางคนน่าจะเอาไปเทียบกับงานเก่าอย่าง Memento และ Inception แต่ขอบอกเลยว่าเข้าใจง่ายกว่าและยังใช้ประโยชน์ของการเหลื่อมเวลาได้อย่างระทึกใจกว่าด้วย

โดยได้แบ่งการเล่าเรื่องเป็นสถานการณ์ 3 ช่วงต่างสถานที่คือ ช่วง 1 สัปดาห์บนบริเวณชายหาดดันเคิร์กที่ ทอมมี่ ทหารเด็กหนุ่มชาวอังกฤษ (ฟิออนน์ ไวท์เฮด) กำลังหาหนทางหลบหนีขึ้นเรือขนผู้บาดเจ็บเพื่อกลับบ้าน ทำให้ระหว่างทางเขาได้พบเพื่อนร่วมหนีทหารอย่าง กิ๊บสัน ผู้เงียบงัน (แอนไนริน บาร์นาร์ด) และทหารไฮแลนด์นาม อเล็กซ์ (แฮร์รี่ สไตล์ส) เหตุการณ์ต่อมาคือช่วง 1 วันของ ดอว์สัน และปีเตอร์ลูกชาย (มาร์ก ไรแลนส์ และ ทอม กลินน์-คาร์นี่ย์) กับเพื่อนของปีเตอร์นาม จอร์จ (แบร์รี่  คีโอกาน) ที่กำลังเอาเรือมูนสโตนออกไปช่วยเหล่าทหารกลับมาอังกฤษ และเหตุการณ์สุดท้ายคือช่วงเวลา 1 ชั่วโมงของทหารเครื่องบินขับไล่นาม ฟาร์ริเออร์ (ทอม ฮาร์ดี้) กับเพื่อนคือ คอลลินส์ (แจ็ก โลว์เดน) ออกปฏิบัติการปราบเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ทำลายเรือขนส่งทหารตลอดจนฆ่าทหารที่อยู่บนชายฝั่ง

และหนังฉลาดดีมากครับที่เลือกดาราหน้าใหม่ และเด็กหนุ่มมาสะท้อนภาพสงคราม เพราะเราได้เห็นความไม่เจนโลก ความหวาดกลัวต่อสงคราม บาดแผลในจิตใจ ตลอดจนการเติบโตเชิงปรัชญาของเด็กหนุ่มผู้ผ่านช่วงเวลาเป็นตายทั้งต่อชีวิตของเขาและต่อศีลธรรมในใจ ฉากที่น่าจะได้รับการพูดถึงมากฉากหนึ่งคือ ฉากที่เหล่าเด็กหนุ่มต้องเลือกผู้เสียสละที่ชวนให้นึกถึงฉากโจ๊กเกอร์วางระเบิดเรือใน The Dark Knight เลยทีเดียว กับอีกฉากก็คือช่วงที่ปีเตอร์เลือกจะตอบคำถามของนายทหารหนีทัพ (ซิลเลี่ยน เมอร์ฟี่) ที่แสดงนัยเชิงปรัชญาได้อย่างเรียบง่ายแต่สะเทือนใจมาก ๆ ครับ

มันยากที่จะเรียกว่าหนังสงครามแบบที่เราคุ้นเคยครับ เพราะตัวละครส่วนใหญ่ไม่ได้มุ่งหมายห้ำหั่นศัตรูแบบตายเป็นตาย หากแต่แสดงภาวะของการดิ้นรนมีชีวิตอยู่ เหมาะกับคำโปรยของหนังที่ว่า “การรอดชีวิตกลับไปได้ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่”

การเขียนบทของโนแลนนี่มันอัจฉริยะจริง ๆ ล่ะครับ ไอ้ที่เราเห็นว่าเหตุการณ์นี้มันคลี่คลายไปแล้ว การเอามาฉายซ้ำเปลี่ยนมุมมองดันทำให้เราไม่ได้สบายใจขึ้นเลย กลับต้องลุ้นเข้าไปอีกทั้ง ๆ ที่เห็นการคลี่คลายของมันในอีกมุมมองหนึ่งไปแล้ว นั่นทำให้ระหว่างที่เราดูมันเต็มไปด้วยการขบคิดคาดเดา แต่ก็คาดอะไรไม่ได้จริง ๆ ครับ ทุกชีวิตพร้อมตายได้ทุกเมื่อ อีกอย่างที่ต้องกราบเลยคือหนังสงครามถูกสร้างมาไม่หวาดไม่ไหวจนเราก็คิดว่ามันไม่เหลือมุมอะไรให้เล่นทำให้เรากลัวได้อีกแล้วล่ะ แต่โนแลนก็หามันพบครับ ดันเคิร์กทำให้เรากลัวเรือดำน้ำเยอรมันอย่างที่ไม่เคยกลัวมาก่อน เรากลัวมากเวลาเสียงเครื่องบินวิ่งผ่านหัว หรือแม้แต่เห็นบินจากระยะไกล เสียงปืนในเรื่องนี้ไม่ต้องกราดรัวใด ๆ แต่ใช้แต่ละนัดแบบเน้น ๆ ทำให้เราหวาดกลัวได้มากจนหายใจแทบไม่ออก ผมเชื่อว่าคอสงครามจะรักหนังเรื่องนี้มาก ๆ เลยล่ะครับ

อีกหนึ่งที่ต้องชมคือการที่ ฮานส์ ซิมเมอร์ ได้ประพันธ์ดนตรีประกอบหนังได้อย่างเด็ดดวง คลุมบรรยากาศอันไม่น่าไว้วางใจ ความหวาดผวาและความเป็นตาย โดยใช้นาฬิกาพกของโนแลนทำเสียงจังหวะขมวดเกร็งที่บีบคั้นเข้ามาเรื่อย ๆ  โดยแทบไม่ต้องพึ่งดนตรีอึกทึกครึกโครมใด ๆ กลับทรงพลังและกดดันผู้ชมกับตัวละครได้ระทึกขวัญยิ่งกว่าหนังผีหนังเครียด ๆ เสียอีกครับ ซึ่งความไร้ปราณีของซิมเมอร์นั้นก็ต้องเรียกว่าเลวเลยล่ะ เพราะแม้สถานการณ์หลายอย่างจะคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ดนตรีพี่แกไม่หย่อนความกดดันลงให้เราได้พักเลย จนช่วง 10 นาทีสุดท้ายของหนังนู่นล่ะครับ เราถึงค่อยได้หายใจคล่องขึ้นหน่อย

ด้านงานภาพต้องกราบ ฮอยต์ ฟาน ฮอยเตมา ผู้กำกับภาพคู่บุญคนใหม่ของโนแลนเช่นกัน ที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์อันไม่ธรรมดาในการเล่าเรื่องโดยไม่ต้องใช้คำพูดมากมาย เพียงภาพและสถานการณ์ก็มากพอในการบีบคั้นหัวใจเราให้รู้สึกอินในทุกห้วงเวลาของตัวละครจนนี่อาจเป็นหนึ่งในการทดลองสำคัญทางภาพยนตร์ที่เทียบชั้นการไร้ดนตรีใน No Country for Old Man ของพี่น้องโคเอนเลยทีเดียว นอกจากนี้ฮอยเตมายังสรรค์สร้างการจัดวางที่ใช้ประโยชน์ของสเกลฟิล์ม 70 มม. ที่กว้างกว่าจอปกติได้อย่างคุ้มค่ามาก ๆ นั่นจึงทำให้ประสบการณ์ดูหนังเรื่องนี้ในระบบที่เอื้ออำนวยสูงสุดอย่างไอแม็กซ์ ฟิล์ม 70 มม. ซึ่งปัจจุบันในไทยมีฉายที่เดียวคือที่พารากอนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยสำหรับคอหนังขนานแท้ครับ เพราะหลังจากหนังเรื่องนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะได้ดูหนังที่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 70 มม. นี้อีกเมื่อไรด้วยในโลกที่ดิจิตอลครองทุกผืนทวีปโรงหนังแล้ว

สุดท้ายผมค้นพบว่า หนังเรื่องนี้คือการบรรลุการทดลองนู่นนี่นั่นของโนแลนในผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา โดยดึงสูตรดี ๆ ในหนังเรื่องที่ผ่านทุกเรื่อง เพียงเพื่อได้เอามาใช้สร้างหนังเรื่องนี้เรื่องเดียว ประหนึ่งว่าหนังทุกเรื่องของโนแลนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้หนังสงครามเรื่องนี้เท่านั้นเลยครับ

และความรู้สึกสุดท้ายคือ อิ่ม ดีใจสุด ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันที่หนังเรื่องนี้เข้าโรง ให้ดูซ้ำกี่รอบก็ถือเป็นกำไรชีวิตแบบไม่ต้องคิดมากเลยครับ

ดูหนังออนไลน์

หนัง “Black Swan” ที่สุดแห่งจิตวิทยาสีเทาของมนุษย์

หนัง “Black Swan” ที่สุดแห่งจิตวิทยาสีเทาของมนุษย์

ภาพยนตร์ Black Swan

ภาพยนตร์ Black Swan

ภาพยนตร์ Black Swan คือเรื่องของ นี่ นา (Natalie Portman) นัก ปัลเลต์ สาว ที่ทุ่มเท ให้ กับ อาชีพ

มาก เธอ อยู่ กับโรงแสดงละคร มานาน กระทั่ง สุดท้าย ก็ มีโอกาส ได้รับ บทนำ เป็นครั้งแรก ใน

หน้าที่ ของ เจ้าฟ้าหญิง หงส์ ที่ เรื่อง Swan Lake โดย ความ ท้าทาย คือ เธอ จำต้องเล่นบท เปีน

ทั้ง หงส์ ขาว แล้วก็ หงส์ ต่ำ ซึ่งมีคาแรคเตอร์ ที่ แตกต่างสุดขีด มากมาย โดย หงส์ ขาว นั้น จะ

อ่อนช้อย สง่างาม รวมทั้งบอบบาง ซึ่ง เป็น คาแรคเตอร์ ที่ นี นา แสดงออก มา ได้ ดีเยี่ยมที่สุด

(ด้วยเหตุว่า มัน ตรง กับตัว เธอ) แต่ ใน ส่วน ของ ความ หิน คือบท หงส์ ศา ซึ่ง จะต้องดูดุ ต้น

เลวร้าย และก็ ยั่ว นี่ คือ หน้าที่ ที่ นี่ นา ประสบพบเจอปัญหามากมาย เธอ โดน โทมัส (Vincen

Cassel) ผู้ครอบครอง โรงแสดงละคร ควบ ครู ด่าว่า ไป หลาย ยก ตัว เธอ เอง ก็ กดต้น จาก การ

ซ้อม มาก แถม ยัง จำเป็นต้องรอ สงสัยลิลี่ (Mila Kunis) นัก ปัลเลต์ คนใหม่ ของ โรงแสดง

ละครที่ มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ สามารถเล่น ได้ อีกทั้งบทหงส์ขาวหงส์ต่ำ ว่าจะมาแย่งหน้าที่

สำคัญ นี้ ไป จากเธอ หรือไม่

ประเภท ของ หนัง เรื่องนี้ คือ Psychological Horror คือ เป็น จิตวิทยา ที ผสมความหลอน

แบบ หนัง ผีเข้ามา มันไม่มี ผีหรอก เรื่องนี้ อะ แต่ การนำ เสนอ ชวน ให้ลุ้น ระที่ก รวมทั้ง สะดุ้ง

ได้ ราวกับ เป็น หนัง ผี (ใกล้เคียงเลย ก็ ว่า ได้) สำคัญฯ แล้วความ หลอน มาจาก ตัว นี่ ที่นา เอง

ที ชอบ เห็นภาพ หลอน แปลก ๆ อาทิเช่น มองเห็น ตัวเธอ เอง เดินสวนมา มองเห็น คน น่า

สยดสยอง โผล่มา มองเห็น ลิ ใน ห้องตนเอง นๆอีกมากมาย เอาเข้า จริง หลายๆ สถานะ

การณ์ ก็ ยัง ไม่ เป็น ที่ ชัดเจน ว่า เกิดเรื่อง ใช่หรือ ภาพ จินตนาการ อย่างรอยแผล บน ข้างหลัง

ของ นี ทุ่งนา ซึ่ง ในที่สุด แล้ว เปลี่ยนเป็น ปีก หงส์ ต่ำ แผ่ สยาย ไป ทั่ว สเตจ

ก่อนจะทำความเข้าใจสัญลักษณ์แปลกๆ ของหนังเรื่องนี้ เราต้องเข้าใจที่มาที่ไปของตัวละครก่อน นีนานั้นเป็นหญิงสาวที่ดูใสซื่อ อ่อนต่อโลก แม้จะไม่เวอร์จิ้นแต่ก็ไม่ได้ช่ำชอง เธอเปรียบเสมือนผ้าขาวที่พยายามกักกลั้นอะไรสักอย่างอยู่ ด้วยความที่เธอเป็น Perfectionist เธอจึงอยู่ในกรอบตลอดมา

นี่อาจจะเป็นผลพวงจากการเลี้ยงดูจากแม่เพียงคนเดียวของเธอ แม่ของเธอนั้นบอกเราด้วยคำใบ้คร่าวๆ ว่าหล่อนต้องทิ้งการงานเพื่อมาเลี้ยงดูนีนา มีความเป็นไปได้ว่าแม่ของเธอก็อาจจะเคยเป็นนักบัลเลต์เหมือนกัน เลยเคี่ยวเข็ญให้นีนาทำตามความฝันของเธอที่เธอบรรลุไม่ได้ และอาจจะเพราะแม่ของเธอท้องด้วยความผิดพลาด และไม่อยากให้นีนาเจออะไรแบบนี้ จึงเลี้ยงนีนาแบบไข่ในหิน ถ้าตามไปดูแลถึงโรงฝึกละครได้คงทำไปแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ส่งให้นีนาไม่เคยทำอะไรนอกกรอบ ไม่เคยเสเพลนอกลู่นอกทาง เพราะแบบนี้แหละ บทบาทหงส์ดำจึงเข้าไม่ถึงเธอสักที

โทมัสพยายามดึงให้นีนาเข้าสู่ด้านมืด ด้วยแรงขับเคลื่อนทางเพศ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไร ดูเหมือนว่านีนาจะเริ่มปล่อยตัวปล่อยใจก็เมื่อได้รู้จักกับลิลี่ เธอได้หนีแม่ไปเที่ยวกลางคืน เสพสารเสพติด ปลดปล่อยตัวตนที่ถูกกดทับออกมา หลังจากนั้นเธอก็เปลี่ยนไปราวกับกลายเป็นคนละคน

นี่ถือเป็นหนังที่มีสัญลักษณ์ค่อนข้างเยอะ คงเพราะเป็นหนังแนวจิตวิทยาด้วย อย่างแผลบนหลังนั่นก็คืออันนึง แผลบนหลังนั้นค่อยๆ มีสิ่งที่ดูเหมือนปีกหงส์ดำงอกออกมา ช่วงแรกๆ นีนาจะเกิดอาการคันมากๆ และสุดท้ายปีกนั้นก็ค่อยๆ ผุด จนกระทั่งสยายออกในงานแสดงบัลเลต์ท้ายเรื่อง สิ่งนี้คงเปรียบเสมือนความดำมืดในใจของนีนา ที่นีนาพยายามกดทับไว้ แต่สุดท้ายด้านมืดนี้ก็สามารถหลุดออกจากการควบคุมของเธอ และเข้าครอบครองเธอได้อย่างสมบูรณ์

อีกสัญลักษณ์นึงคือการที่นีนามักหลอนว่าเห็นตัวเองอีกคนนึง อย่างฉากที่เธอเห็นตัวเองอีกคนกำลังเดินเข้ามา หรือ ตัวเองในกระจกทำท่าต่างออกไป อันนี้ก็อาจจะหมายถึงด้านมืดของตัวเธอเช่นกัน มันเหมือนกับกำลังจะบอกให้เธอรู้ว่า ฉันมีตัวตนนะ!

ฉากสุดท้ายตอนจบนี่ก็เป็นอะไรที่ตราตรึงมากๆ และยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่านีนาตายจริงๆ รึเปล่า หรือนี่เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าตัวตนเก่าของนีนาได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงนีนาคนใหม่ที่ไร้ซึ่งความไร้เดียงสาอีกต่อไป เธอเติบโตกลายเป็นหญิงสาวเต็มตัว ไม่มีอีกแล้วเด็กหญิงที่แสนจะใสซื่อ

เหลือเพียงหงส์ดำที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ

โดยรวมแล้ว Black Swan เป็นหนังที่ให้เราดูอีกรอบก็คงยังสนุกและลุ้นเหมือนเดิม หนังมีความระทึกขวัญปนกับความเป็นจิตวิทยาเข้ามาผสมกันได้อย่างลงตัว บางช่วงบางตอนเหมือนหนังผี และอาจน่ากลัวกว่าหนังผีจริงๆ อีก และด้วยความที่ตัวหนังมีสัญลักษณ์เชิงเปรียบเทียบเยอะมากๆ นี่จึงเป็นการดูหนังที่ตื่นตาไปกับภาพต่างๆ ที่ surreal และซ่อนความหมายแฝงให้เราตีความกัน ที่สำคัญคือนาตาลี พอร์ตแมน เล่นได้สุดมากๆ แค่ดูการแสดงก็คุ้มแล้ว

ดูหนังออนไลน์

เรื่อง แผนฉกฟ้าแลบลวงสะท้าน (Argo)

เรื่อง แผนฉกฟ้าแลบลวงสะท้าน (Argo)

แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก (อังกฤษ: Argo)

แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก (อังกฤษ: Argo)

แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก (อังกฤษ: Argo)

เป็น ภาพยนตร์ อเมริกัน แนว ดรามา ทริ ลเลอร์ ใน ปี พุทธศักราช 2555 ควบคุม ร่วม อำนวย

การสร้ง แล้วก็ ร่วม แสดง โตย เบน แอ ฟเฟล็ก ภาพยนตร์ ประเด็นนี้ ปรับเปลี่ยน จาก หนังสือ

ช็อ The Master of Disguise ที่ แต่ง โดย โทนี เมน เดซ ข้าราชการ ปฏิบัติงาน หน่วยสับ

ราชการลับของสหรัฐอเมริกา และก็ บทความ The Great Escape แต่ง โดย โจชั่วห์ กางรํ

แมน ลงเผยแพร่ ในวารสารไว (Wired) ใน ปี๊ พุทธศักราช 2550 ซึ่ง มี ข้อมูลเกี่ยวกับ

ปฏิบัติงาน แคนาเดียน ติดอยู่ เปอ ร์ (Canadian Caper) ซึ่งเมน เดซ เป็น หัวหน้า กลุ่ม ช่วย

เหลือ นักการทูต คนประเทศอเมริกา หก คน จากกรุงเต หะราน ประเทศอิหร่าน ใน ตอน วิกฤติ

ตัวประกัน ประเทศอิหร่าน ในปี พุทธศักราช 2522

ในภาพ ยนตร์ เรื่องนี้ เบน แอฟเฟล็ก แสดง เป็น โทนี เมนเดซ โดยมี ไขรอัน แครน ส ต้น

, อลัน อาร์คิน แล้วก็จอห์น เรา ดแมน ใน บท สมทบ ภาพยนตร์งกล่าวข้างต้น ออก ฉาย ใน

อเมริกา เหนือ เมือ 12 ต.ค. พุทธศักราช 2555 รวมทั้ง ได้รับ ผล ตอบรับ อีกทั้ง เสียง วิภาค

วิจารณ์ แล้วก็รายได้ ในทาง บวก เรื่องราว ของ การช่วยเหลือเกื้อกูล คราวนี้ เคย ถูก นำไป สร้าง

เปิ่น ภาพยนตร์ สำหรับ ที่วิ่ ช็อ Escape from Iran: The Canadian Caper มาก่อน แล้ว และ

ก็ มีลุกลามอนต์ จอห์น สันเป็นผู้กำกับ

ภาพยนตร์ เรื่องนี้ ได้รับ การ เสนอช็อ เข้า ชิงรางวัล ออสการ์ ใน งาน ประกาศ ผล รางวัล ออสการ์

ครั้งที่ 85 รม 7 รางวัล รวมทั้งได้รับ รางวัล ทั้งหมดทั้งปวง 3 รางวัล ด้งเช่น สาขา สำดับ

ภาพ ดีที่สุด สาขา บทภาพยนตร์ ดแปลงปรับปรุงแก่ไข เยี่ยมยอด รวมทั้ง สาขา ภาพยนตร์

เยี่ยมที่สุด โดยมิได้ รับการเสนอชื่อ เข้า ชิง สาขา ผู้กำกับ ดีเลิศ นับ เป็นครั้งแรก ตั้งแต่

ภาพยนตร์ เรื่อง Driving Miss Daisy ใน ปี พุทธศักราช 2532 ภาพยนตร์ตั้ง กล่าง ยัง ได้รับ

การเสนอชื่อ เข้า ชิงรางวัล ลูกโลก ทอง รวม 5 รางวัล โดย ได้รับ รางวัล ภาพยนตร์ ดีเยี่ยมที่สุด

จำพวก ดรามา แล้วก็รางวัล ผู้กำกับ เยี่ยมยอด โดย อลัน อาร์คิน ได้รับ การ เสนอช็อ เข้า ชิง ผู้

แสดง สมทบ ชาย ดีที่สุด อาร์ โกยัง ได้รับ รางวัล ดาราหนัง เยี่ยมที่สุด ใน รางวัล ส้มพันธ์ ผู้แสดง

ภาพยนตร์รวมทั้ง ที่วี ครั้ง ที่ 19 โดย อาร์ นได้รับ การ เสนอช็อ เข้า ชิง ใน สาขา คารา สมทบ

ชาย ดี นอกเหนือจากนี้ อาร์ โกยัง ได้รับ รางวัล ภาพยนตร์ ดี สำดับ ภาพ เยี่ยม รวมทั้ง ผู้กำกับดี

ที่สุด (เบน แอ ฟเฟล็ก) ในงาน ประกาศ ผล รางวัลบาฟต้าครั่ง ที่ 66 อีกด้วย

เนื้อเรื่อง

ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2522 กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเตหะราน เพื่อตอบโต้กรณีที่ซีไอเอมีส่วนร่วมในความขัดแย้งในอิหร่าน เจ้าหน้าที่สถานทูตกว่า 50 คนถูกจับเป็นตัวประกัน แต่มีหกคนหนีออกมาได้และไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านของเคน เทย์เลอร์ (แสดงโดยวิกเตอร์ กาเบอร์) ทูตแคนาดา ในขณะที่เหตุการณ์การหลบหนีของตัวประกันยังถูกปกปิดเป็นความลับ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พยายามหาทางที่จะนำตัวประกันออกจากอิหร่าน และโทนี เมนเดซ (เบน แอฟเฟล็ก) ผู้เชี่ยวชาญด้านการนำคนออกจากประเทศของซีไอเอได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมหารือแผนดังกล่าวด้วย เมนเดซวิจารณ์แต่ละแผนที่มีผู้เสนอมาว่าไม่สามารถปฏิบัติได้จริง แต่เขาเองก็ไม่สามารถเสนอแผนที่ดีกว่านี้ จนกระทั่งเมื่อเขาคุยโทรศัพท์กับบุตรชายและได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Battle for the Planet of the Apes จากโทรทัศน์ เขาจึงเริ่มคิดแผนสร้างเรื่องปลอมให้ผู้หลบหนีหกคนเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ชาวแคนาดา ผู้มาดูสถานที่ในต่างแดนเพื่อใช้สำหรับสร้างหนังแนวไซไฟดังกล่าว

เมนเดซและหัวหน้าของเขา แจ็ค โอ’ดอนเนล (ไบรอัน แครนสตัน) ติดต่อไปยังจอห์น เชมเบอร์ส (จอห์น กูดแมน) ช่างแต่งตัวในฮอลลีวูดที่เคยทำเรื่องอำพรางรูปลักษณ์ให้กับซีไอเอ เชมเบอร์สให้พวกเขาไปหาโปรดิวเซอร์เลสเตอร์ ซีกัล (อลัน อาร์คิน) ทั้งหมดช่วยกันสร้างสตูดิโอภาพยนตร์ที่มีโทรศัพท์เข้าถึง เปิดเผยแผนการต่อสาธารณชน และลวงให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องอาร์โก ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีวิทยาศาสตร์ทำนองเดียวกับสตาร์ วอร์สกำลังจะเริ่งสร้าง เพื่อให้การสร้างเรื่องเป็นผู้ถ่ายทำภาพยนตร์มีน้ำหนักมากขึ้น ในระหว่างนั้นในที่พักของทูตแคนาดา ผู้หลบหนีทั้งหกเริ่มเกิดความกลัว ในขณะที่คณะปฏิวัติพยายามนำเอกสารในสถานทูตที่ถูกตัดทำลายมาเรียงต่อกันจนพบว่ามีคนบางคนหนีไปได้

เมนเดซซึ่งแสดงตัวเป็นโปรดิวเซอร์ของอาร์โกเข้าไปยังอิหร่านและสามารถติดต่อกับผู้หลบหนีได้ เขาให้หนังสือเดินทางแคนาดาและอัตลักษณ์ปลอมของแต่ละคนเพื่อฝึกทุกคนให้ผ่านการตรวจตราที่สนามบินไปได้ ผู้หลบหนีทั้งหมดที่รู้สึกไม่เชื่อกับแผนนี้แต่แรกตัดสินใจที่จะยอมทำตามแผนนี้ไป เพราะรู้ว่าเมนเดซก็เสี่ยงชีวิตเขาเองด้วย การสำรวจสถานที่ที่บาซาร์เพื่อทำให้เรื่องการสร้างภาพยนตร์ยังมีน้ำหนักอยู่เป็นไปอย่างไม่ดีนัก แต่คนอิหร่านซึ่งมาด้วยกันสามารถพาพวกเขาออกจากสถานการณ์อันย่ำแย่ได้ ต่อมาเมื่อเมนเดซได้รับการบอกกล่าวว่าปฏิบัติการนี้ยกเลิกเพื่อไม่ให้กระทบกับปฏิบัติการทางทหารที่จะเข้าช่วยเหลือตัวประกัน เขากลับดื้อดึงที่จะดำเนินแผนต่อไป ทำให้โอ’ดอนเนลต้องเร่งขออนุญาตเพื่อดำเนินแผนการนี้ต่อเพื่อให้ทุกคนได้ตั๋วเครื่องบินในเที่ยวบินของสวิสแอร์ ความตึงเครียดเกิดขึ้นที่สนามบินเมื่อตั๋วเครื่องบินได้รับการยืนยันในนาทีสุดท้าย และโทรศัพท์ของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่สนามบินที่โทรไปยังสตูดิโอที่ฮอลลีวูดได้รับการตอบรับในนาทีสุดท้าย เมนเดซและผู้หลบหนีทั้งหมดขึ้นเครื่องบินได้ก่อนที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของอิหร่านจะทราบความจริงและพยายามสกัดเครื่องบินไม่ให้ขึ้นบิน แต่ก็ไม่ทัน เพราะเครื่องบินบินออกจากอิหร่านไปเรียบร้อยแล้ว

เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวประกันที่เหลือในเตหะรานถูกแก้แค้น สหรัฐฯ จึงไม่มีชื่อในฐานะผู้เกี่ยวข้องในการพาคนหลบหนีครั้งนี้เลย โดยให้แคนาดาและทูตเทย์เลอร์เป็นผู้รับความดีความชอบไปทั้งหมด (ทูตเทย์เลอร์และภรรยาใช้สถานะความเป็นทูตออกจากอิหร่านระหว่างวิกฤตตัวประกันนั้นเอง ส่วนแม่บ้านชาวอิหร่านผู้ทราบถึงเรื่องคนอเมริกันหลบหนีแต่โกหกกับคณะปฏิวัติเพื่อช่วยพวกเขาได้หลบหนีไปยังอิรัก) เมนเดซได้รับเหรียญ Intelligence Star แต่เนื่องจากความเป็นปฏิบัติการลับ เขาจึงไม่สามารถเก็บเหรียญดังกล่าวไว้ได้จนกระทั่งข้อมูลของปฏิบัติการนี้ได้รับการเปิดเผยในปี 2540 ตัวประกันทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 20 มกราคม 2524 วันที่โรนัลด์ เรแกนสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 40 แห่งสหรัฐอเมริกา ภาพยนตร์จบด้วยคำกล่าวของประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์เกี่ยวกับวิกฤตการณ์และแผนการแคนาเดียนคาเปอร์

ดูหนังออนไลน์

หนัง Logan : ปิดท้ายไตรภาควูลฟ์เวอรีนอย่างสวยงาม

หนัง Logan : ปิดท้ายไตรภาควูลฟ์เวอรีนอย่างสวยงาม

ภาคปิดท้ายในไตรภาคของ วูลฟ์เวอรีน ฮีโร่ผู้โดดเด่นจากทีม X-Men

ภาคปิดท้ายในไตรภาคของ วูลฟ์เวอรีน

ภาคปิดท้ายในไตรภาคของ วูลฟ์เวอรีน ฮีโร่ผู้โดดเด่นจากทีม X-Men ที่ รอบนี้ มี

ข่าวสาร สร้าง กระแส ตั้งแต่ ก่อน ถ่ายทำ แล้ว ด้วยเหตุว่า แฟนคลับต่างก็ ลุ้น ว่า ฮิว แจ็คแมน

จะ ยอมกลับมาไหม เหตุ จากก่อนหน้านั้น ฮิวจ๋ ออกปาก เขาเบ็อ อย่างยิ่งแล้ว กับบท

วูลฟ์เวอรี นที่ เล่น มา แล้ว 9 เรื่อง ถ้าหาก นับ Logan ด้วยนี่ ก็เรื่องที่ 10 แล้ว ท้ายที่สุด

ก็ได้เสียงเฮ เมื่อ ฮิวจ์ประกาศ ผ่านหน้า อิน ส ตา เอ็ง รม ของ เขา ว่า “โอเค ยอม กลับมาเกิด

เรื่อง ท้ายที่สุด ล่ะ” ‘ไม่ ก็เดือน แล้วต่อจากนั้น พวกเรา ก็ได้มองเห็น เท รลเลอร์ แรก ของ

Logan ทีให้ความรู้ความเข้าใจ สึก แตกต่างกัน มากมาย จากหนัง ซูเปอร์วีรบุรุษ ที่ เคย ผ่านๆ

ตาก้ นมา ด้วยลุค ชราภาพ ของ โล แกน และก็ ชา ร์ล เซเวียร์ บน เบื้องหลัง ทะเลทราย ส้มๆ

แล้วก็ใช้เพลง ค้นทรี ของ จอน นี่ แคช มา ประกอบ สร้าง ความอยาก ต้องการ ลื้มรส หนังซุ

เปอร์วีรบุรุษ แนวทาง ที่ แปลกใหม่ ขวก กับ ไม่ ก็ วันก่อน หน้า นี้ คะแนน จาก นักวิพากษ์วิจารณ์

ใน เว็บไซต์ Rottentomatoes พุ่งพล่าน วันนี้อยู่ที่ 92% ส่วน IMDB อยู่ที่ 9.0 โอ้โห!!

มัน มีดี อะไรบ้างใน หนัง เรื่องนี้ เนี่ย

ภาคนี้นับได้ว่าผู้กำกับเจมส์ แมนโกลด์ ดึงตัวตนกลับมาในผลงานได้มากขึ้น เจมส์ เป็นผู้กำกับที่เก่งมากคนหนึ่งในฮอลลีวู้ด มีรางวี่รางวัลติดตัวมาเยอะแม้จะเป็นเวทีเล็ก เคยส่งให้ รีส วิเธอร์สปูนได้ออสการ์สมทบหญิงมาแล้วจากเรื่อง Walk The Line (2005) เคยมีหนังคาวบอยมันส์ ๆ อย่าง 3:10 to Yuma (2007) อีกทั้งยังเป็นมือเขียนบทภาพยนตร์ที่เก่งด้วย เรื่องนี้ เจมส์ เลยเหมาหน้าที่เองทั้งเขียนบทและกำกับ ได้ผลชะงัดครับ Logan ออกมาเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่มีสัดส่วนความเป็นดราม่าหนัก ๆ อย่างที่ผู้กำกับเจมส์ เคยบอกไว้ว่าภาคนี้เขาอยากเน้นด้านความเป็นมนุษย์ของวูลฟ์เวอรีนออกมามากว่าด้านเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ หนังเลยเน้นด้านความสัมพันธ์ของตัวละครระหว่างโลแกน กับ ชาร์ล ดูแล้วเป็นภาพที่น่ารักดีที่ได้เห็นอาจารย์กับศิษย์เอกได้มาดูแลกันในวันเวลาที่ลำบาก และความผูกพันที่ค่อย ๆ สร้างสมในวิกฤตการณ์ระหว่างมิวแตนท์สูงวัยกับมิวแตนท์เด็กวัย 11 ขวบ

ภาคนี้เจมส์ดัดแปลงเรื่องราวมาจากการ์ตูน Old Man Logan ที่เล่าชีวิตของโลแกนในบั้นปลาย เขากำลังสูญเสียพลังในการฟื้นฟูรักษาแผลตัวเองไปตามวัย และอยู่ในยุคที่มิวแตนท์โดนกำจัดไปเกือบหมด ในหนังเขียนให้เหตุการณ์เกิดในปี 2024 เป็นช่วงอนาคตอันใกล้เลยไม่ต้องใส่ซีจีจำลองภาพโลกที่มีวิทยาการกันมากนัก โลแกน และคาลิบัน (มนุษย์กลายพันธุ์ที่มีพลังจิตตามหามนุษย์กลายพันธุ์ตัวอื่นได้เคยปรากฎตัวในภาค X-Men: Apocalypse ) พาศาสตราจารย์ชาร์ล เซเวียร์ มาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ชายแดนอเมริกา-เม็กซิโก โลแกน ทำงานเป็นคนขับรถลิมูซีน เป็นภาพที่แปลกดีได้เห็นมิวแตนท์ทำงานหาเงิน

ชาร์ล ในวัยขึ้นเลข 9 ก็เริ่มมีอาการอัลไซเมอร์และควบคุมพลังตัวเองไม่ได้คอยยิงกระแสจิตออกมาเป็นระยะ  ทำให้คนที่อยู่ในรัศมีรอบด้านเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ โลแกนและคาลิบัน ก็เลยต้องมีภาระดูแลให้ชาร์ล กินยาระงับประสาทตรงเวลา วันหนึ่งก็มีหญิงเม็กซิกันติดต่อโลแกน ว่าจ้างให้พาเธอและลูกสาววัย 11 ขวบข้ามชายแดนไปแคนาดา เพราะมีองค์กรลึกลับกำลังตามล่าตัวเธอและลูก และนั่นคือจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมดในภาคนี้ ที่เปิดมาด้วยปริศนามากมายแล้ว เด็กหญิงคนนี้เป็นใคร จากที่เราเห็นในตัวอย่างว่าเธอมีกรงเล็บอะดาเมนเทียมเหมือนโลแกน และพวกที่ตามล่าคือองค์กรอะไรมีเป้าหมายอะไร ถึงแม้จะเป็นภาค 3 ของวูลฟ์เวอรีนแต่เนื้อหาก็ไม่ได้ต่อเนื่องจากภาค 1 , 2 แต่อย่างใด มีการอิงตัวละครจาก X-men เท่านั้น แต่เป็นเรื่องราวที่อยู่กันคนละไทม์ไลน์ แค่พอรู้จัก X-Men มาบ้างก็ดูรู้เรื่องครับ

อย่างที่เจมส์ กล่าวไว้ว่าเขาต้องการดึงด้านความเป็นมนุษย์ของโลแกนออกมาให้มาก ถึงใช้ชื่อเรื่องว่า โลแกน คือตัวตนจริง ๆ ของโลแกน ไม่ใช่วูลฟ์เวอรีน เราจึงได้เห็นโลแกนทำงานเพื่อปากท้อง ได้เห็นโลแกนที่แก่หนวดเคราหงอก ทั้งหน้าตาและร่างกายมีแต่รอยแผลที่ฟื้นตัวได้ไม่สมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน เดินขากะเผลกทั้งเรื่อง ชาร์ลก็หลง ๆ ลืม ๆ เป็นตาแก่ขี้บ่น คาลิบันก็ผอมกะหร่องเดินกระย่องกระแย่งแต่ละคนไม่หลงเหลือภาพลักษณ์เท่ ๆ ในอดีตให้เห็นแถมยังมีคำพูดจิกกัดเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่ใช้ชุดแนบเนื้อปกป้องโลกอีกด้วย

หนังมีความเป็นโร้ดมูฟวี่พอควรเพราะเรื่องหลัก ๆ อยู่บนท้องถนนที่ทั้ง 3 ชีวิต โลแกน ชาร์ล แลลอร่า ต้องใช้ชีวิตกันในรถหนีการตามล่าจากองค์กร เป็นการเดินทางที่ทุลักทุเลมากต้องหนีไปด้วยแล้วยังต้องดูแลชาร์ลที่เผลอนานไม่ได้ก็จะปล่อยพลังจิตออกมา เราได้สนุกไปกับเส้นเรื่องหลักบนถนนสอดแทรกกับเรื่องราวที่่ทั้ง 3 พบเจอระหว่างทาง

หยอดด้วยปริศนาที่ค่อย ๆ เผยออกมา ทั้งความลึกลับขององค์กร ความสัมพันธ์ของโลแกน และลอร่า และเหตุที่เหล่ามิวแตนท์หายไป แม้หนังจะค่อนไปทางดราม่าไม่โชว์พลังพิเศษของเหล่ามิวแตนท์อย่าง X-Men ทุก ๆ เรื่องที่ผ่านมา แต่ฉากต่อสู้ใน Logan ก็สนุกและน่าเอาใจช่วย เพราะภาคนี้เหล่าร้ายยกโขยงกันมาหลายสิบ ตัวบอสก็ดุน่ากลัว ในขณะที่โลแกนเราก็ไม่ได้แข็งแรงแบบแต่ก่อนแล้ว แก่และหอบง่ายพลังเหลือน้อย ด้อยกว่าคู่ต่อสู้มากต้องคอยลุ้นว่าจะรอดมั้ย แต่ฉากต่อสู้ก็โหดเกินคาด โหดกว่า X-Men ทุกเรื่องที่เคยสร้างมา เห็นกรงเล็บอะดาเมนเทียมแทงทะลุหัวกันจะ ๆ หนูน้อยลอร่าก็โหดเกินเด็ก เวลาแทงจะซอยกรงเล็บรัว ๆ เลือดกระฉูด ภาคนี้ทางค่ายไฟเขียวให้โหดได้เต็มที่เพราะ Deadpool นำร่องให้ดูแล้วว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่เรท R ก็ทำเงินได้โดยไม่ต้องไปมัวกังวลรายได้จากเด็กอายุต่ำกว่า 17

Logan เป็นการปิดไตรภาควูลฟ์เวอรีนและเป็นการสั่งลาของฮิวจ์ แจ็คแมนที่ทำได้สวยงามและน่าจดจำ รวมไปถึงหนูน้อยลูกครึ่งสเปน-อังกฤษ เดฟเน่ คีน ชื่นชมทีมงานจริง ๆ ที่คัดสรรเด็กมาได้เหมาะสมกับบท เดฟเน่เป็นเด็กที่หน้าตาน่ารักโตไปสวยแน่นอน บทลอร่าของเธอคือเด็กที่ผ่านเรื่องราวร้าย ๆ มามากเลยมองคนรอบข้างด้วยตาขวาง ๆ ดูแล้วรู้สึกได้ว่าไอ้เด็กตัวนี้มันต้องร้าย แต่พอถึงฉากดราม่าน้องหนูเดฟเน่ ก็เล่นได้ดีนะ เอาใจช่วยให้หนูเดฟเน่ อยู่ในวงการไปนาน ๆ

ใครเบื่อหนังซูเปอร์ฮีโร่แนะนำว่าให้ลองดู Logan นี่คือหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ฉีกขนบที่แล้วมาทั้งสิ้น มีครบหมดทั้งดราม่า แอ็คชั่น และปริศนามากมาย หนังเข้าวันนี้แล้วรีบไปดูนะครับถ้าช้าอาจโดนสปอยล์แล้วจะพาลโกรธกันเหมือนตอน Starwars: The Force Awakens

ดูหนังออนไลน์

หนังแอนิเมชันของ Pixar อย่าง SOUL ลงสตรีมทาง Disney+

หนังแอนิเมชันของ Pixar อย่าง SOUL ลงสตรีมทาง Disney+

SOUL อัศจรรย์วิญญาณอลเวง

SOUL อัศจรรย์วิญญาณอลเวง

SOUL อัศจรรย์วิญญาณอลเวง โจ ( เจ มี ฟ็ อก ซ์) ครูดนตรี ต็ อก ต่อย ผู้ รัก ดนตรี แจ้ส เป็น

ความรู้สึกนึกคิด แล้วก็ ใน วันหน็ง ที่ เขา ได้ ใกล้ ความฝัน ด้วย การ ได้รับ เลือก ให้ เป็น มือ เปิยโน

ประจ วง แจ้ส มีชื่อ แต่ว่า ด้วย ความ โชคร้าย เขา กลับ ได้รับอุบัติเหตุ ไป ก่อนจะถึงเวลา อัน ควร

จะ กระทั่งวิญญาณ ของเขา ได้ ระเห็จ ไป ยัง วิถีทาง สู่ โลกหลังความตาย แต่ว่า เขา ก็ สามารถ

หนี ชะตากรรม มาได้แต่ว่า ต้น ไป โผล่ ใน ดินแดน ก่อน โลก แล้วก็ ถูก รู้ผิด ว่า เป็น วิญญาณ คน

ดูแล จนได้ จับคู่ กับ เลข 22 (ที่นา เฟย์) วิญญาณ อนุบาล ที ไม่ต้องการที่จะไป กำเนิด เป็น

มนุษย์ ทั้งคู่ ก็เลย ทำข้อตกลง กัน ว่าถ้า โจ สามารถ ทำให้เลข 22 หาจุดมุ่งหมาย แล้วก็ ได้

สิทธิ์ ไป กำเนิด ขน โลก โจ จะได้รับ สิทธิ์ กลับ สู่ร่างตนเอง แล้ว การเสียงภัย ของ ทั้งคู่ ก็ เริ่ม

ขึ้น

ขอ สารภาพ ก่อน เลย ว่า เรื่องราว ที่ พึ่งจะ เขียน ไป ยัง มิได้เล่าราว เกิน กว่า 30% เลย ขอรับ

เพราะเหตุว่า ต้องการให้ ทั้งคน ไป เสพ คุณความดี ของ หนัง กั้น ใน โรง ด้วยตัวเอง แต่ว่า เอา

เพียงแค่เรื่องราว ที ผม เขียน ไป กับ ที่ พวกเรา มองเห็น ใน แบบอย่าง หนังเพียงนี้ ก็ ทำให้ มอง

เห็น แล้ว ว่า Pixar นี่ ไม่เคย ไร้ไอเดีย แจ่ว ๆ จริงๆ แล้วก็ สำพัง เพียงแค่ ประเต็นการ ตามหาตัว

ตน ที่ เป็น เอกลักษณ์ ของพี่ ต ด็ อก เตอ ร์ ผู้กำากับ UP และก็ Inside Out ก็ ทำให้ พวกเรา อึ้ง

แล้ว ตอนนี้ ท่ทาง การเล่า ยัง ผ่าน เส้น ความ เป็น แอนิเม ชัน เมน สตรีม แบบ เหมาะ ตบมือ ให้

โดย ประการแรก เลย เป็น พี ต ด็ อก เตอ ร์ ที่ โอกาสนี้ ขอต้น เคมป์ เพาเวอร์ สมา เขียน บท แล้วก็

ควบคุมร่วม ได้สร้าง โลก ของวิญญาณ ชีวิตก่อน รวมทั้งข้างหลังความตาย ได้น่าดึงดูด

มากมาย ที่ สำคัญ ซึ่งมัน เกิน จาก สั่ง ที่ ศาสนา พูดพร่ำา บอก เพียงแค่ เรื่อง ความดีงาม ความชั่ว

แม้กระนั้น มัน ถาม ระต้บ อภิปรัชญา อย่าง พวกเรา เกิดขึ้นมา เพราะเหตุใด ? ได้ เชิญ คิดรวมทั้ง

เชื่อฟัง มากมาย ซึ่ง ใน หนัง ทั่วๆไป โจอาจ ถูก ปฏิบัติ ประหนึ่ง โร่ ที่ ล่า ฝัน แล้วก็ เอาชนะ ความ

ตาย เปลี่ยนเป็น นักเล่นดนตรี ที่ บรรลุผลสำเร็จ

ตรงกันข้ามเลย…แอบบอกให้นิดนึงว่าหนังให้โอกาสโจได้กลับมายังโลกจริงนะครับแต่เชื่อไหมว่าคนดูได้กลายเป็นฝั่งที่ได้เรียนรู้พร้อมกับโจ และหลายอย่างที่นำเสนอก็สั่นคลอนความเชื่อและคติเดิมในการใช้ชีวิตอยู่ไม่น้อย ผมยังจำซีนในร้านตัดผมได้ชัดเจนมากบทหนังให้โจไปเจอเพื่อนเก่าที่ต้องมาเป็นช่างตัดผมและคำตอบของคำถามที่ว่าคนเราชีวิตจะมีความหมายไหมถ้าเราไม่ได้ทำตามความฝันนี่มันเหนือความคาดหมายจริง ๆ และแน่นอนว่ามันส่งผลต่อการมองโลกของตัวละครทั้งสองและคนดูอย่างเราเข้าจัง ๆ

ประการต่อมาขอขยายจากข้อแรกว่าด้วยโลกหลังความตายอันนี้แม้ผิวเผินมันจะเหมือนแอบลอกการบ้านงานเก่าอย่าง Inside Out มาบ้างแต่ด้วยองค์ประกอบและการลำดับการเล่าเรื่องชั้นเซียนมันกลับทำให้เราคล้อยตามและชวนคิดมากเพราะคราวนี้แทนที่จะสร้างทุกอย่างออกมาเป็น 3 มิติเราเริ่มเห็นการออกแบบคาแรกเตอร์ที่ดูเป็นนามธรรมมากขึ้นโดยอาศัยโครง ๆ จากศิลปะแนวแอ็บสแตร็ก (Abstract) ที่ลดทอนเหลือแค่เส้นสาย(จากภาพที่ออกมาเหมือนได้แรงบันดาลใจจากแนว Cubism ของ Picasso)

ซึ่งแทนที่เราจะรู้สึกว่าการออกแบบคาแรกเตอร์ที่เป็นเส้น ๆ แบบนี้ดูลวก ไม่ตั้งใจวาด มันกลับทำให้เรามองเห็นความรัดกุมของบทอันว่าด้วยโลกหลังความตายและการพูดถึงนามธรรมและสิ่งสมมติได้อย่างลึกล้ำ เอาเป็นว่าต่อให้คุณไม่เคยสนใจปรัชญาการดูหนังเรื่องนี้ก็จะทำให้ได้คุ้นเคยและไม่แปลกแยก

ส่วนใครที่เชี่ยวชาญหรือสนใจด้านปรัชญาอยู่แล้วก็จะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยแหละจะมีข้อเสียอยู่บ้างก็ตรงที่เรื่องราวและลีลาการเล่าเรื่องของมันอาจจะยิ่งห่างไกลจากการเป็นแอนิเมชันสำหรับเด็กออกไปทุกทีนี่แหละครับ

ประการสุดท้ายนอกจากงานภาพและบทภาพยนตร์แล้ว งานเพลงของหนังก็นับว่ากล้าและท้าทายคนดูแอนิเมชันค่ายปราสาทและโคมไฟไม่น้อยเพราะคราวนี้พีต ด็อกเตอร์เลือกใช้บริการ เทรนซ์ เรซเนอร์ และ แอตติคัส รอส จากวง Nine Inch Nails ซึ่งโด่งดังจากการทำเพลงให้หนัง The Social Network ของเดวิด ฟินเชอร์ ซึ่งคราวนี้มันก็ช่วยให้เรื่องราวของ SOUL ในส่วนที่เป็นโลกหลังความตายยิ่งลึกล้ำและภาคดนตรีของพวกเขาก็เสริมส่งบรรยากาศของโลกดังกล่าวให้ยิ่งสมบูรณ์และเปี่ยมความหมายมากขึ้น

เอาล่ะแม้เราจะขึ้นต้นว่าเราจะอวยหนังเรื่องนี้แบบไม่ลืมหูลืมตาแต่หากจะให้หาข้อเสียมันก็ยังพอเห็นได้อยู่บ้างนะครับเช่นการที่หนังเปิดประเด็นเรื่องความรักของโจไว้แต่ไม่สานต่อหรือเรื่องราวในอาชีพครูดนตรีที่เชื่อว่าถ้าพีต ด็อกเตอร์จะทำหนังสั้นอีกซักเรื่องเกี่ยวกับโจในฐานะครูดนตรีเราก็ไม่ขัดข้องเลยแหละเพราะบอกได้เลยว่าการได้ดูเรื่องราวของครูโจแม้ช่วงสั้น ๆ ตอนต้นของหนังมันก็ “ดีต่อใจ” ไม่แพ้เรื่องราวส่วนที่เหลือเลย.

ดูหนังออนไลน์