Browsed by
เดือน: สิงหาคม 2020

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.8605 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.8605 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.8605 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้แข็งค่าขึ้น 0.0286 หยวน แตะที่ระดับ 6.8605 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน อ่านเพิ่มเติม

ไทยพาณิชย์ จับมือ ซีพี ออลล์ และ ซีพี รีเทลลิงค์ บุกตลาดแฟรนไชส์คาเฟ่

ไทยพาณิชย์ จับมือ ซีพี ออลล์ และ ซีพี รีเทลลิงค์ บุกตลาดแฟรนไชส์คาเฟ่

ไทยพาณิชย์ จับมือ ซีพี ออลล์ และซีพี รีเทลลิงค์ บุกตลาดแฟรนไชส์คาเฟ่ อัดสินเชื่อหนุนเอสเอ็มอีเป็นเจ้าของร้านเบลลินี่ เบคแอนด์บรู และ กาแฟมวลชน

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีพี รีเทล ลิงค์ จำกัดประกาศความร่วมมือสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้เป็นเจ้าของคาเฟ่แบรนด์ชั้นนำที่แข็งแกร่งจากกลุ่มบริษัทซีพี เพื่อคว้าโอกาสสร้างรายได้จากธุรกิจร้านกาแฟและเบเกอรีที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในตลาดผู้บริโภคทุกกลุ่ม มอบข้อเสนอพิเศษและโซลูชั่นทางการเงินให้กับผู้ประกอบการที่สนใจเลือกลงทุนเป็น เจ้าของแฟรนไชส์จาก 2 แบรนด์ศักยภาพ ประกอบด้วย ร้านเบลลินี่ เบค แอนด์ บรู (Bellinee”s Bake & Brew) ที่มุ่งเจาะตลาดพรีเมียมโดยเฉพาะ และร้านกาแฟมวลชน ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าในกลุ่มคนทำงาน ด้วยสินเชื่อแฟรนไชส์อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน รองรับทั้งการลงทุนเพื่อเปิดกิจการ ขยายสาขา หรือปรับปรุงสาขา พร้อมทั้งตัวช่วยอื่นๆ ที่สนับสนุนให้เอสเอ็มอีเปิดร้านอย่างมั่นใจกับความสำเร็จในอนาคต อาทิ Robinhood แพลตฟอร์ม food delivery ที่ไม่เรียกเก็บค่า GP และ Google My Business ฟรี บริการปักหมุดร้านค้าแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบการชำระเงินครบวงจร โดยมี นายคณินทร์ แรงกล้า ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน SME Bangkok ธนาคารไทยพาณิชย์ นางสาวกนกอร ทิพยพรกุล รองผู้จัดการทั่วไป ดูแลหน่วยงานคัดสรรและเบลลินี่ พรีเมี่ยม คาเฟ่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ นางสาวนุชรัตน์ พรพุทธษา ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สำนักแฟรนไชส์ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ร่วมประกาศความร่วมมือ อ่านเพิ่มเติม

SAWAD เผยขายหุ้นกู้หมด 3 พันลบ. เตรียมนำไปใช้ปรับโครงสร้างหนี้-ขยายกิจการ

SAWAD เผยขายหุ้นกู้หมด 3 พันลบ. เตรียมนำไปใช้ปรับโครงสร้างหนี้-ขยายกิจการ

SAWAD เผยขายหุ้นกู้หมด 3 พันลบ. เตรียมนำไปใช้ปรับโครงสร้างหนี้-ขยายกิจการ

นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้แบบมีการค้ำประกันให้กับผู้ลงทุนสถาบันและหรือนักลงทุนรายใหญ่ครั้งที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดี โดยมียอดจองซื้อเข้ามาล้นเกินจำนวนที่บริษัทเตรียมไว้ที่มูลค่า 2,500 ล้านบาท และมีส่วนสำรองการเสนอขาย (Greenshoe) มูลค่าไม่เกิน 500 ล้านบาท หลังจากที่เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2563 โดยมีธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย บล.เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการจำหน่ายหุ้นกู้

สำหรับวัตถุประสงค์ในการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ บริษัทต้องการนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ เพื่อไปปรับโครงสร้างทางการเงิน(รีไฟแนนซ์)บางส่วน และที่เหลือเพื่อรองรับการขยายกิจการในอนาคต แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่บริษัทยังมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

“ศรีสวัสดิ์ ต้องขอบคุณผู้ลงทุนที่ให้การตอบในการจองซื้อหุ้นกู้ของบริษัทอย่างล้นหลาม จนต้องนำส่วนที่เป็นกรีนชูออกมาเสนอขายเพิ่ม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อ SAWAD โดยเป็นผลมาจากแผนการขยายธุรกิจที่มีความต่อเนื่องและชัดเจน มีความมุ่งมั่นในการบริหารงาน ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง รวมถึงโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคง ทำให้ตอบโจทย์ความน่าเชื่อถือของกลุ่มนักลงทุน โดยบริษัททริสเรทติ้ง ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ BBB+”นางสาวดวงใจ กล่าว อ่านเพิ่มเติม

MFC ออกกองทุนตราสารหนี้ในปท. อายุ 3 ปี คาดผลตอบแทน 2%

MFC ออกกองทุนตราสารหนี้ในปท. อายุ 3 ปี คาดผลตอบแทน 2%

MFC ออกกองทุนตราสารหนี้ในปท. อายุ 3 ปี คาดผลตอบแทน 2% ต่อปี ขาย 31 ส.ค.-8 ก.ย.

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า เอ็มเอฟซีเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สเตเบิ้ล อินคัม 7 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (MSI7AI) เสนอขายครั้งเดียววันที่ 31 ส.ค.– 8 ก.ย. 63 โดยมีอายุโครงการประมาณ 3 ปี มูลค่าขั้นต่ำของการลงทุน 500,000 บาท ทั้งนี้กองทุนเปิด MSI7AI จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทุก 3 เดือน เฉพาะผลตอบแทนในอัตราเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2.00% ต่อปีของมูลค่าหน่วยลงทุนที่ตราไว้ (10 บาท) เมื่อครบอายุกองทุน บริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติทั้งหมด และสับเปลี่ยนไปยังกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี พันธบัตรตลาดเงินหรือกองทุนเปิด MM-GOV ระดับความเสี่ยงของกองทุนที่ระดับ 4 คือ ปานกลางค่อนข้างต่ำ

กองทุนเปิด MSI7AI จะลงทุนในตราสารหนี้ที่เสนอขายในประเทศ โดยลงทุนในตราสารภาครัฐและหรือรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ได้แก่ ตราสารหนี้ที่ออกโดยนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเอกชน ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) รวมทั้งเงินฝาก

ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ซึ่งผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงเวลา 3 ปี ได้ และกองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออก ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนเป็นจำนวนมาก

ตัวอย่างตราสารที่คาดว่าจะลงทุน หุ้นกู้บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) TRIS : A- ผลตอบแทนของตราสาร 2.47% สัดส่วนลงทุน 19.00% ต่อปี ผลตอบแทนกองทุนที่คาดว่าจะได้รับ 0.47% ต่อปี, หุ้นกู้บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)TRIS : A- ผลตอบแทนของตราสาร 2.25% สัดส่วนลงทุน 19% ต่อปี ผลตอบแทนกองทุนที่คาดว่าจะได้รับ 0.43% ต่อปี,หุ้นกู้บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) TRIS : A- ผลตอบแทนของตราสาร 2.21% สัดส่วนลงทุน 19% ต่อปี ผลตอบแทนกองทุนที่คาดว่าจะได้รับ 0.42% ต่อปี อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 161.60 จุด ขณะ S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮต่อเนื่อง

ดาวโจนส์ปิดบวก 161.60 จุด ขณะ S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮต่อเนื่อง

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 161.60 จุด ขณะ S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮต่อเนื่อง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีเกินคาด และหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นเวลานาน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,653.87 จุด เพิ่มขึ้น 161.60 จุด หรือ +0.57%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,508.01 จุด เพิ่มขึ้น 23.46 จุด หรือ +0.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,695.63 จุด เพิ่มขึ้น 70.30 จุด หรือ +0.60%

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์บวก 2.6%, S&P500 ปรับตัวขึ้น 3.3% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 3.4% และดัชนีทั้ง 3 ตัวปรับตัวขึ้นราว 8% แล้วในเดือนส.ค.ซึ่งนับเป็นเดือนที่ดีที่สุดในปีแห่งการเลือกตั้งของสหรัฐ

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มพลังงานและวัสดุ พุ่งขึ้น 1.85% และ 1.1% ตามลำดับ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหนุนดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งที่ 6 และดัชนี Nasdaq แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเข้าสู่แดนบวกแล้วเมื่อนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ดัชนีหุ้นทั้ง 3 ตัวปิดบวกได้ในรอบสัปดาห์นี้ โดยดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน และดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มปิดตลาดปรับตัวขึ้นในเดือนส.ค.ซึ่งจะเป็นเดือนส.ค.ที่ดีที่สุดในรอบ 34 ปี

ตลาดได้แรงหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันพฤหัสบดี โดยเขาได้ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ ซึ่งเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐ อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 161.60 จุด ขณะ S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮต่อเนื่อง

ดาวโจนส์ปิดบวก 161.60 จุด ขณะ S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮต่อเนื่อง

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 161.60 จุด ขณะ S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮต่อเนื่อง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีเกินคาด และหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นเวลานาน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,653.87 จุด เพิ่มขึ้น 161.60 จุด หรือ +0.57%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,508.01 จุด เพิ่มขึ้น 23.46 จุด หรือ +0.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,695.63 จุด เพิ่มขึ้น 70.30 จุด หรือ +0.60%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 2.6%, S&P500 ปรับตัวขึ้น 3.3% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 3.4% และดัชนีทั้ง 3 ตัวปรับตัวขึ้นราว 8% แล้วในเดือนส.ค.ซึ่งนับเป็นเดือนที่ดีที่สุดในปีแห่งการเลือกตั้งของสหรัฐ

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มพลังงานและวัสดุ พุ่งขึ้น 1.85% และ 1.1% ตามลำดับ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหนุนดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งที่ 6 และดัชนี Nasdaq แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเข้าสู่แดนบวกแล้วเมื่อนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ดัชนีหุ้นทั้ง 3 ตัวปิดบวกได้ในรอบสัปดาห์นี้ โดยดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน และดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มปิดตลาดปรับตัวขึ้นในเดือนส.ค.ซึ่งจะเป็นเดือนส.ค.ที่ดีที่สุดในรอบ 34 ปี

ตลาดได้แรงหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันพฤหัสบดี โดยเขาได้ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ ซึ่งเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐ อ่านเพิ่มเติม

ดอลล์อ่อนเทียบเยนที่ระดับ 105.41 เยน หลังนายกฯญี่ปุ่นประกาศลาออก

ดอลล์อ่อนเทียบเยนที่ระดับ 105.41 เยน หลังนายกฯญี่ปุ่นประกาศลาออก

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนเทียบเยนที่ระดับ 105.41 เยน หลังนายกฯญี่ปุ่นประกาศลาออก

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 ส.ค.) ขณะที่เยนแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเยนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความระมัดระวังในการซื้อขายหลังจากนายชินโซ อาเบะ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นเวลานานด้วย

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.69% แตะที่ 92.3711 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.41 เยน จากระดับ 106.61 เยน, เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์อ่อนค่าสู่ระดับ 0.9050 ฟรังก์ จากระดับ 0.9087 ฟรังก์ และดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3094 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3128 ดอลลาร์แคนาดา อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.52% วิตกเศรษฐกิจหลังยอดติดโควิดเพิ่ม,ข้อมูลอ่อนแอ

หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.52% วิตกเศรษฐกิจหลังยอดติดโควิดเพิ่ม,ข้อมูลอ่อนแอ

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.52% วิตกเศรษฐกิจหลังยอดติดโควิดเพิ่ม,ข้อมูลอ่อนแอ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (28 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นในสเปน, ฝรั่งเศส และอิตาลี ขณะที่ตลาดถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของเยอรมนีและฝรั่งเศสด้วย

นอกจากนี้ ความวิตกเกี่ยวกับสุขภาพของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และข่าวเกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งของเขา ได้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายโดยรวมในตลาดหุ้นยุโรป

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.52% ปิดที่ 368.80 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,033.20 จุด ลดลง 63.16 จุด หรือ -0.48%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,002.94 จุด ลดลง 13.03 จุด หรือ -0.26% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,963.57 จุด ลดลง 36.42 จุด หรือ -0.61%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นในยุโรป

นักลงทุนขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งพุ่งขึ้นราว 11% แล้วในปีนี้ และขายหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ด้วย แต่หุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยบวกขึ้น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและยุโรปปรับตัวขึ้น อ่านเพิ่มเติม

บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลงร่วงลงสู่ระดับ 0.719% นักลงทุนพิจารณาเฟด

บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลงร่วงลงสู่ระดับ 0.719% นักลงทุนพิจารณาเฟด

บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลงร่วงลงสู่ระดับ 0.719% นักลงทุนพิจารณาเฟดปรับนโยบายการเงิน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพิจารณาการปรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวานนี้

ณ เวลา 21.45 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 0.719% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 1.494%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

ทั้งนี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้กล่าวสุนทรพจน์วานนี้ โดยเขาได้ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ ซึ่งเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐ

การประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินดังกล่าว จะส่งผลให้เฟดไม่ต้องรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่ออัตราว่างงานลดลง ตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อไม่ได้ดีดตัวขึ้น อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.64% หุ้นกลุ่มเหมือง-แบงก์ร่วงกดดันตลาด

หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.64% หุ้นกลุ่มเหมือง-แบงก์ร่วงกดดันตลาด

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.64% หุ้นกลุ่มเหมือง-แบงก์ร่วงกดดันตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (27 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มทรัพยากร และหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงด้วย เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปร่วงลง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.64% ปิดที่ 370.72 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,096.36 จุด ลดลง 93.79 จุด หรือ -0.71%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,015.97 จุด ลดลง 32.46 จุด หรือ -0.64% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,999.99 จุด ลดลง 45.61 จุด หรือ -0.75%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง เนื่องจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลงตามราคาวัตถุดิบที่ลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงด้วย หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปลดลง เนื่องจากเฟดประกาศจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐ อ่านเพิ่มเติม