Browsed by
เดือน: กรกฎาคม 2020

ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน วิตก GDP สหรัฐหดตัวหนักสุดในรอบกว่า 70 ปี

ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน วิตก GDP สหรัฐหดตัวหนักสุดในรอบกว่า 70 ปี

ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน วิตก GDP สหรัฐหดตัวหนักสุดในรอบกว่า 70 ปี

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเทียบเยนในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวเช้านี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 หดตัวรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 70 ปี

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ณ เที่ยงวันนี้ตามเวลาโตเกียว ดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ 104.26-104.30 เยน เมื่อเทียบกับ 104.67-104.77 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 105.06-105.08 เยนที่ตลาดโตเกียว เมื่อเวลา 17.00 น. ของเมื่อวานนี้

ยูโรเคลื่อนไหวที่ 1.1890-1.1891 ดอลลาร์ และ 123.97-123.98 เยน เมื่อเทียบกับ 1.1843-1.1853 ดอลลาร์ และ 124.02-124.12 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 1.1757-1.1759 และ 123.52-123.56 เยนที่ตลาดโตเกียวในช่วงเย็นวานนี้ อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลง เล็งหุ้นอิงศก.ย่อตัวจากน้ำมันร่วง

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลง เล็งหุ้นอิงศก.ย่อตัวจากน้ำมันร่วง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลง หลังทางเทคนิคเกิดสัญญาณขาย – เล็งหุ้นอิงศก.ย่อตัวจาก น้ำมัน ร่วง

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ติดลบ ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเช้านี้ว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตงวดเดือนก.ค.ออกมาดีขึ้น แต่ภาคบริการกลับลดลง ซึ่งก็มองเป็นกลางไม่น่าจะมีผลต่อตลาดมากนัก แต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอาจทำให้หุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจอาจย่อตัวลงได้

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามปัจจัยจากฝั่งสหรัฐฯในเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเรียบร้อยหรือยัง และการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งก็ให้ดูพวกกลุ่มเทคโนโลยี ที่งบฯอาจจะดีกว่าคาด แต่กลุ่มพลังงานอาจจะออกมาไม่ดี อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดร่วง 225.92 จุด วิตก GDP สหรัฐหดตัว

ดาวโจนส์ปิดร่วง 225.92 จุด วิตก GDP สหรัฐหดตัว

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดร่วง 225.92 จุด วิตก GDP สหรัฐหดตัว,”ทรัมป์”เสนอเลื่อนเลือกตั้ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 หดตัวรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 70 ปี นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวโดนัลด์ ทรัมป์เสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐออกไปจากกำหนดเดิมที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดตลาดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ซึ่งรวมถึงแอปเปิลและอัลฟาเบท จะเปิดเผยผลประกอบการ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,313.65 จุด ลดลง 225.92 จุด หรือ -0.85% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,246.22 จุด ลดลง 12.22 จุด หรือ -0.38% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,587.81 จุด เพิ่มขึ้น 44.87 จุด หรือ +0.43%

ดัชนีดาวโจนส์เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า GDP ไตรมาส 2/2563 หดตัวลง 32.9% ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 70 ปี หรือนับตั้งแต่ที่สหรัฐเริ่มมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2490 โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ซึ่งทำให้มีการปิดเศรษฐกิจเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ส่วนในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา GDP สหรัฐหดตัวลง 5% ซึ่งทำให้สหรัฐเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากมีการหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน อ่านเพิ่มเติม

NOK เผยศาลฯรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณา นัดไต่สวนคำร้อง 27 ต.ค.63

NOK เผยศาลฯรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณา นัดไต่สวนคำร้อง 27 ต.ค.63

NOK เผยศาลฯรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณา นัดไต่สวนคำร้อง 27 ต.ค.63

บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท วาระพิเศษ ครั้งที่ 8/2563 เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.) มีมติอนุมัติให้บริษัทในฐานะลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและให้เสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ (ผู้ทำแผนฯ) ต่อศาลล้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 โดยบริษัทได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท ต่อศาลล้มละลายกลางในวันเดียวกันที่คณะกรรมการได้มีมติดังกล่าว และเมื่อวานนี้ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณาแล้ว โดยศาลล้มละลายกลางได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 27 ตุลาคม 2563

การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1. บริษัทในฐานะลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เพราะเห็นว่าการฟื้นฟูกิจการนั้นเป็นแนวทางที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราวของบริษัท ภายใต้การกำกับดูแลของศาลฯ เพื่อให้กิจการของบริษัทสามารถดำเนินการต่อไปได้ตามปกติ

2.การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ บริษัทไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการที่จะเลิกหรือชำระบัญชีบริษัท หรือไม่ได้มุ่งหมายให้บริษัทต้องตกเป็นบุคคลล้มละลายแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม บริษัทกลับมีความมุ่งมั่นและแน่วแน่เป็นอย่างยิ่งในการที่จะดำเนินกิจการต่อไปให้มีความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง เพราะปัญหาในปัจจุบันของบริษัทไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ แต่เกิดจากปัจจัยหลายประการรวมถึงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ทาให้บริษัทเกิดข้อติดขัดและอุปสรรคในการดำเนินกิจการ หากมีการปรับโครงสร้างภายใต้กระบวนการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม บริษัทจะสามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน อ่านเพิ่มเติม

RML วางแผน H2/63 เจาะลูกค้าไฮเอนด์ในประเทศ-เลื่อนเปิดโครงการใหม่

RML วางแผน H2/63 เจาะลูกค้าไฮเอนด์ในประเทศ-เลื่อนเปิดโครงการใหม่

RML วางแผน H2/63 เจาะลูกค้าไฮเอนด์ในประเทศ-เลื่อนเปิดโครงการใหม่-ผุดโรงแรมเพิ่มรายได้ประจำ

นายไลโอเนล ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไรมอน แลนด์ (RML) กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจในครึ่งปีหลังบริษัทจะเพิ่มกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่อาศัยอยู่ในประเทศ พร้อมปรับดีไซน์ภายใต้แนวคิด “Design for Living” เพิ่มฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยที่หลากหลาย นำนวัตกรรมด้านการตลาดมาใช้ โดยเฉพาะช่องทาง O2O (Online to Offline) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมโครงการแบบเสมือนจริง (Virtual Tour) ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ เชื่อว่าการลงทุนในอสังหาฯ ระยะยาวจะยังคงเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะกรณีซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง มรดกหรือทรัพย์สินส่วนตัว โดยบริษัทจะมุ่งพัฒนานวัตกรรม ผนวกเข้ากับโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยแบบลักซ์ชัวรี่ของผู้บริโภค

ส่วนแผนการดำเนินการโครงการใหม่จะเป็นไปอย่างรอบคอบตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บริษัทเลื่อนการเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ออกไป จากเดิมวางแผนการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ใหม่ 1 โครงการ มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท บนถนนสุขุมวิท 38 เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยที่ยังไม่เอื้อต่อการลงทุน โดยบริษัทมีการปรับลดการลงทุนเพื่อรอจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อ่านเพิ่มเติม

SICT เปิดเทรดวันแรกที่ 4.14 บาท ชนซีลลิ่งหลังสูงกว่าราคาขาย IPO 200%

SICT เปิดเทรดวันแรกที่ 4.14 บาท ชนซีลลิ่งหลังสูงกว่าราคาขาย IPO 200%

SICT เปิดเทรดวันแรกที่ 4.14 บาท ชนซีลลิ่งหลังสูงกว่าราคาขาย IPO 200%

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า เนื่องด้วยธุรกิจของ บมจ.ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี (SICT) เป็นธุรกิจที่หาตัวเปรียบเทียบได้ยากการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมเบื้องต้นจึงเลือกใช้หุ้นในกลุ่ม TECH (MAI) เป็นตัวเปรียบเทียบแทน โดยมีค่า Median ที่ประมาณ 15.6 เท่า และ Mean ที่ 19 เท่า และหากใช้เป้าหมายการเติบโตเป็นเท่าตัวภายใน 4 ปีของผู้บริหารจะคิดเป็นการเติบโตประมาณ 15% ทำให้จะมีมูลค่าที่เหมาะสมเบื้องต้นที่ 1.70-2.00 บาท

ธุรกิจของบริษัทที่เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การทำ Tag ลงทะเบียนสัตว์ ที่ในอนาคตจะได้ประโยชน์ หากมีการใช้ Blockchain เข้ามาในธุรกิจอาหารเพื่อเพิ่มมาตรฐานด้านความปลอดภัย รวมไปถึงการใช้ไมโครชิพในอุตสาหกรรมต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความเสี่ยงในด้านของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายในการวิจัยพัฒนาที่ไม่สามารถนำมาผลิตเชิงพาณิชย์ได้ รวมไปถึงรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากต่างประเทศ ทำให้ค่าเงินเป็นความเสี่ยงสำคัญ

SICT ประกอบธุรกิจวิจัย พัฒนาไมโครชิพ และว่าจ้างผลิตเพื่อจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า “SIC” โดยแบ่งสินค้าได้ 3 กลุ่มหลัก 1) ไมโครชิพสำหรับระบบลงทะเบียนสัตว์ (สัดส่วนรายได้ 41.88%) ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลของสัตว์เศรษฐกิจ เช่น โคเนื้อ, โคนม, แกะ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข และแมว ในกลุ่มประเทศส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์รายใหญ่ เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สหรัฐอเมริกาและประเทศในกลุ่มอเมริกาใต้ เนื่องจากในบางรัฐสัตว์ทุกตัวต้องติดป้ายที่มีไมโครชิพในลักษณะดังกล่าวเพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับ โดยลูกค้าของบริษัทเป็นผู้ผลิตแท็กระบบลงทะเบียนสัตว์ (Ear Tag) รายใหญ่ของโลก อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ ตามตปท.ก่อนเผชิญแรงขาย

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ ตามตปท.ก่อนเผชิญแรงขาย

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นเกิด เทคนิคเคิลรีบาวด์ ตามตปท.ก่อนเผชิญแรงขายจากวิตก GDP สหรัฐฯ

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ก่อน และตามมาด้วยแรงขายทำกำไร เนื่องจากตลาดสหรัฐฯบวกได้เล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา และเช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียก็บวกเล็กน้อยเป็นส่วนใหญ่ หลังจากที่ผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาตามที่ตลาดคาดไว้ โดยมีการคงอัตราดอกเบี้ย และยังว่าจะใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งการคงอัตราดอกเบี้ยก็จะให้อยู่ในระดับต่ำไปจนถึงเดือนมี.ค.64 เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตลาดฯ อ่านเพิ่มเติม

ฟุตซี่ปิดทรงตัวเพิ่มขึ้น 2.20 จุด นลท.จับตาผลประชุมเฟด

ฟุตซี่ปิดทรงตัวเพิ่มขึ้น 2.20 จุด นลท.จับตาผลประชุมเฟด

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดทรงตัวเพิ่มขึ้น 2.20 จุด นลท.จับตาผลประชุมเฟด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอการประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และแถลงการณ์จากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดหลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันพุธนี้

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,131.46 จุด เพิ่มขึ้น 2.20 จุด หรือ +0.04%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดตลาดแทบไม่ขยับ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอผลการประชุมเฟด และการหารือรายละเอียดเรื่องมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต

ทั้งนี้ หลังปิดตลาดหุ้นลอนดอนไปแล้วนั้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% อ่านเพิ่มเติม

“โรจูคิส อินเตอร์ฯ”ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 166 ล้านหุ้น – เข้า SET

“โรจูคิส อินเตอร์ฯ”ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 166 ล้านหุ้น – เข้า SET

“โรจูคิส อินเตอร์ฯ”ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 166 ล้านหุ้น-เข้า SET ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์-ขยายตปท.-ลงทุนไอที

บมจ.โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ไม่เกิน 166,000,000 หุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ 60,000,000 หุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม 106,000,000 หุ้น คิดเป็น 27.7% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน และมีความประสงค์จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

โรจูคิส อินเตอร์ฯ ประกอบธุรกิจพัฒนา จ้างผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin Care) ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง (Color Cosmetics) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplement) ภายใต้แบรนด์ต่างๆ ของบริษัทฯ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงให้บริการคำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจและการตลาดสำหรับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ ในต่างประเทศ อ่านเพิ่มเติม

TPIPP เสนอขายหุ้นกู้ไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี 11 เดือน

TPIPP เสนอขายหุ้นกู้ไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี 11 เดือน

TPIPP เสนอขายหุ้นกู้ไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี 11 เดือน เปิดจองซื้อวันที่ 14 และ 17-18 ส.ค. นี้ ชูอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.90% ต่อปี

บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ หรือ TPIPP เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2563 วงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.90% ต่อปี อายุ 3 ปี 11 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2567 ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เตรียมเสนอขายวันที่ 14 และ 17-18 สิงหาคมนี้ แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไป (Public Offering) โดย TPIPP และหุ้นกู้ที่จะเสนอขาย ได้รับการจัดอันดับเครดิตเรทติ้งจากทริสเรทติ้งที่ระดับ BBB+ แนวโน้มความน่าเชือถือคงที่ (Stable) มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 4,000 ล้านบาท

นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2563 อายุ 3 ปี 11 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2567 อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3.90% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ เสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไป (Public Offering) โดยมีวงเงินของหุ้นกู้ที่เสนอขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 4,000,000 หน่วย ราคาที่เสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นกู้ที่เสนอขายจำนวนไม่เกิน 3,000,000 หน่วย
คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 3,000 ล้านบาท และหุ้นกู้สำรองเพื่อเสนอขายเพิ่มเติมอีกจำนวนไม่เกิน 1,000,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 1,000 ล้านบาท โดยมีมูลค่าจองซื้อหุ้นกู้ขั้นต่ำ 100 หน่วย หรือ 100,000 บาท และเพิ่มขึ้นทวีคูณครั้งละ 100 หน่วย และมีระยะเวลาการจองซื้อและชำระค่าจองซื้อในวันที่ 14 และ 17-18 สิงหาคม นี้ อ่านเพิ่มเติม