Browsed by
Month: พฤษภาคม 2020

ดาวโจนส์ปิดลบ 147.63 จุด นลท.วิตกเหตุกฎหมายคุมสื่อโซเชียล

ดาวโจนส์ปิดลบ 147.63 จุด นลท.วิตกเหตุกฎหมายคุมสื่อโซเชียล

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 147.63 จุด วิตกความขัดแย้งสหรัฐ-จีน,กฎหมายคุมสื่อโซเชียล

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนส่งคำสั่งขายเข้ามาในช่วงท้ายตลาด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า เขาจะประกาศนโยบายฉบับใหม่ของสหรัฐที่จะดำเนินการกับจีนในวันนี้ เนื่องจากไม่พอใจที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ หลังจากปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งทบทวนกฎหมายคุ้มครองบริษัทโซเชียลมีเดีย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,400.64 จุด ลดลง 147.63 จุด หรือ -0.58% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,029.73 จุด ลดลง 6.40 จุด หรือ -0.21% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,368.99 จุด ลดลง 43.37 จุด หรือ -0.46%

ในช่วงแรกนั้น ตลาดหุ้นนิวยอร์กเคลื่อนไหวในแดนบวก ขานรับความหวังที่ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้นหลังจากรัฐบาลของประเทศต่างๆเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเปิดทางให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินการอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี นักลงทุนได้ส่งคำสั่งขายเข้ามาในช่วงท้ายตลาด หลังจากปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เขาจะประกาศนโยบายฉบับใหม่ของสหรัฐที่จะดำเนินการกับจีนในวันนี้ หลังจากที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) มีมติเห็นชอบให้มีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง

ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “เราจะประกาศนโยบายที่เราจะดำเนินการกับจีนในวันศุกร์นี้ เราไม่พอใจในสิ่งที่จีนทำ การกระทำดังกล่าวของจีนเท่ากับเป็นการปล้นเสรีภาพของชาวฮ่องกง เราไม่สามารถหลับหูหลับตาให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ และเราจำเป็นต้องจัดการกับเรื่องนี้ ชาวฮ่องกงไม่ควรถูกปฏิบัติจากจีนแบบเดิมๆ อีกต่อไป” ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับกล่าวทิ้งท้ายว่า “จีนทำผิดอย่างมหันต์” อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดบวก นักลงทุนมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

หุ้นยุโรปปิดบวก นักลงทุนมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิด บวก ขานรับความหวังเศรษฐกิจฟื้นตัวจากพิษโควิด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (28 พ.ค.) โดย บวก ขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดดำเนินการธุรกิจอีกครั้งหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศต่างๆ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 1.64% ปิดที่ 355.47 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 11,781.13 จุด เพิ่มขึ้น 123.44 จุด หรือ +1.06%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,771.39 จุด เพิ่มขึ้น 82.65 จุด หรือ +1.76% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,218.79 จุด เพิ่มขึ้น 74.54 จุด หรือ +1.21%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังประเทศต่างๆ อัดฉีดเงินหลายล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และยังได้แรงหนุนจากบรรดาผู้ผลิตเวชภัณฑ์เร่งพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 อ่านเพิ่มเติม

ฮั่งเส็งเปิดลบ 94.61 จุด จับตาม็อบฮ่องกงต้านกฎหมายความมั่นคง

ฮั่งเส็งเปิดลบ 94.61 จุด จับตาม็อบฮ่องกงต้านกฎหมายความมั่นคง

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง : ฮั่งเส็งเปิดลบ 94.61 จุด จับตาม็อบฮ่องกงต้านกม.ความมั่นคง

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดลบในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตากลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากที่ออกมารวมตัวกันเพื่อต่อต้านกฎหมายความมั่นคงของจีน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพของชาวฮ่องกง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดลบ 94.61 จุด หรือ -0.41% แตะที่ 23,206.75 จุด

สื่อฮ่องกงหลายแห่งรายงานว่า รัฐบาลจีนได้เพิ่มขอบข่ายอำนาจในร่างกฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง โดยให้มีผลบังคับใช้กับองค์กรด้วย จากเดิมที่บังคับใช้กับบุคคลเพียงอย่างเดียว ซึ่งคาดว่าจะทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองนั้นยกระดับขึ้นไปอีก อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้น หลังทยอยเปิดเศรษฐกิจ ลุ้นคลายล็อกดาวน์เฟส 3

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้น หลังทยอยเปิดเศรษฐกิจ ลุ้นคลายล็อกดาวน์เฟส 3

ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้นตามภูมิภาค หลังทยอย เปิด เศรษฐกิจ ลุ้นคลายล็อกดาวน์เฟส 3

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปได้เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ต่างเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเฉพาะตลาดหุ้นออสเตรเลีย และตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาดอื่น หลังจากที่จะมีการทยอย เปิด กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็ทำให้มีความคาดหวังว่า เศรษฐกิจ จะฟื้นตัวขึ้นได้

ส่วนบ้านเราก็น่าจะได้เห็นแรงเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มธนาคารที่ยัง underperform อยู่ จากที่ปรับตัวลงมา 35% นับจากต้นปี ทำให้มีแนวโน้มที่จะกลับมาเล่นเก็งกำไรกัน รวมถึงหุ้นกลุ่มสายการบินที่เริ่มเห็นแรงเก็งกำไรเข้ามา

อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามการคลายล็อกดาวน์ เฟส 3 ซึ่งในรอบนี้อาจจะทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์, สปา น่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้ ซึ่งก็เริ่มเห็นการฟื้นตัวล่วงหน้าแล้ว ส่วนสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังคงเป็นปัจจัยรบกวน และฝั่งยุโรปที่มีแผนจะกระตุ้นเศรษฐกิจ คงจะต้องรอให้ทางการอนุมัติก่อน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกในระยะถัดไป อ่านเพิ่มเติม

THANI ร่วง 5.88% หลังจะเพิ่มทุนขาย RO อัตราส่วน 2 : 1 ขาย 1 บาท/หุ้น

THANI ร่วง 5.88% หลังจะเพิ่มทุนขาย RO อัตราส่วน 2 : 1 ขาย 1 บาท/หุ้น

หุ้น THANI ราคาร่วงลง 5.88% มาอยู่ที่ 3.84 บาท ลดลง 0.24 บาท มูลค่าซื้อขาย 180.45 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.05 น. โดยเปิดตลาดที่ 3.76 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 3.96 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 3.72 บาท

บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวานนี้ อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 ในวันที่ 10 ก.ค. เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5.66 พันล้านบาท จากเดิม 3.77 พันล้านบาท โดยออกหุ้นใหม่ 1.89 พันล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 1 บาท เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) ในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาหุ้นละ 1 บาท

สำหรับวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงแข็งแกร่งด้านเงินทุน และบริหารโครงสร้างทางการเงินให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม ตลอดจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหนี้ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคงแข็งแกร่งของบริษัทในระยะยาว อ่านเพิ่มเติม

AAV พุ่ง 11.70% รับ Sentiment บวกรัฐเล็ง ผ่อนคลายล็อกดาวน์

AAV พุ่ง 11.70% รับ Sentiment บวกรัฐเล็ง ผ่อนคลายล็อกดาวน์

AAV พุ่ง 11.70% รับ Sentiment บวกรัฐเล็งกระตุ้นท่องเที่ยว-ผ่อนคลายล็อกดาวน์

หุ้น AAV ราคาพุ่งพรวดขึ้น 11.70% มาอยู่ที่ 2.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.22 บาท มูลค่าซื้อขาย 255.43 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.15 น. โดยเปิดตลาดที่ 1.98 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 2.12 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1.97 บาท

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ”เก็งกำไร”หุ้นบมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) เป้าพื้นฐาน 2.08 บาท ประเมินรับ Sentiment บวกจากภาครัฐฯเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ และการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อ่านเพิ่มเติม

SAMART รุกดิจิทัลโซลูชั่นผุด 4 บริการ ตอบโจทย์พฤติกรรมยุค New Normal

SAMART รุกดิจิทัลโซลูชั่นผุด 4 บริการ ตอบโจทย์พฤติกรรมยุค New Normal

SAMART รุกดิจิทัลโซลูชั่นผุด 4 บริการ ตอบโจทย์พฤติกรรมยุค New Normal

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากจะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลกแล้ว ยังเป็นตัวเร่งทำให้เกิด Digital disruption โดยผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น จากการต้องอยู่บ้านและเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคหลายๆอย่างเปลี่ยนไป เกิดเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่หรือ New Normal ขึ้น สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการที่ผู้คนหันมาทำกิจกรรมต่างๆผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งภาคการศึกษา ภาคเศรษฐกิจ การเงิน ภาคสังคม รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ หลายๆภาคส่วนเริ่มมีการปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีและโซลูชั่นต่างๆเข้ามาใช้มากขึ้น กลุ่ม SAMART ในฐานะที่ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีครบวงจร ได้เตรียมความพร้อมและมีการปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารธุรกิจ การพัฒนาคน และการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่น ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานและพฤติกรรมของผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ โดยพุ่งเป้านำเสนอธุรกิจที่มีความต้องการสูง และมีโอกาสเติบโต ตามกลยุทธ์ของ “กลุ่มสามารถ” ที่วางไว้คือ Unlimited Solutions ที่มีทั้ง Mobile cyber security, E-payment, E-learning และ กล้อง CCTV โดยเน้น 4 บริการหลัก ได้แก่

โซลูชั่นด้านการศึกษา ภาคการศึกษาจะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถูก Disrupt มากที่สุดจากวิกฤติของโควิด ผู้คนจะคุ้นเคยกับการเรียนการสอนออนไลน์มากขึ้น เพราะจะเรียนกับใครที่ไหนก็ได้ ทั้งนี้นอกเหนือจากเนื้อหาและหลักสูตรที่น่าสนใจแล้ว การมีระบบ e-Learning ที่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นสิ่งสำคัญ บริษัท สามารถ เอ็ด เท็ค มีบริการที่หลากหลายครอบคลุมความต้องการใช้งานระบบ e-Learning แบบครบวงจร อาทิ อ่านเพิ่มเติม

KBANK ออกประกันชีวิตและสุขภาพ “ป่วยหายห่วง” ให้ประชาชนทุกระดับ

KBANK ออกประกันชีวิตและสุขภาพ “ป่วยหายห่วง” ให้ประชาชนทุกระดับ

KBANK ออกประกันชีวิตและสุขภาพ “ป่วยหายห่วง”เน้นกลุ่มรายได้น้อย-ปานกลาง

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ตอกย้ำกลยุทธ์เสริมสร้างความคุ้มครองด้านชีวิตและสุขภาพที่จำเป็นให้กับประชาชนทุกระดับ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายได้น้อยและรายได้ปานกลาง 16 ล้านคน ให้เข้าถึงประกันสุขภาพชั้นดีที่มีความครอบคลุมและคุ้มค่า ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย ได้ออกบริการประกันชีวิตและสุขภาพเหมาจ่าย “ป่วยหายห่วง” ที่ตอบโจทย์กลุ่มประชาชนทั่วไป พนักงานบริษัท และกลุ่มฟรีแลนซ์ที่มีอายุ 21-60 ปี ที่ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ชูจุดเด่นค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 500,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการรักษา

พร้อมทั้งให้ความคุ้มครองทั้งโรคร้ายแรง โรคทั่วไปและรวมความคุ้มครองโควิด-19 ด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละ 13 บาท สามารถเลือกชำระเป็นรายเดือนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับคนมีรายได้ไม่สูง สมัครผ่านออนไลน์ด้วยตัวเอง ง่ายสะดวก ไม่ต้องมาสาขาและทราบผลทันที

ประกันชีวิตและสุขภาพ “ป่วยหายห่วง” เป็นตัวช่วยบริหารความเสี่ยงของชีวิต สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้สามารถรับมือค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น 6-8% ต่อปี และ ครอบคลุมโรคใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกปี อ่านเพิ่มเติม

NOBLE มั่นใจยอดขายปีนี้เข้าเป้า เหตุโควิดดีขึ้นหนุนกิจกรรมใน H2

NOBLE มั่นใจยอดขายปีนี้เข้าเป้า เหตุโควิดดีขึ้นหนุนกิจกรรมใน H2

NOBLE มั่นใจรายได้-ยอดขายปีนี้เข้าเป้า เหตุโควิดดีขึ้นหนุนกิจกรรมใน H2

นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจรายได้ในปี 63 ยังทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 หมื่นล้านบาท แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาถึงปัจจุบันจะมีแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 เข้ามากระทบทำให้การโอนโครงการคอนโดมิเนียมให้กับลูกค้าอาจจะมีความล่าช้าออกไปบ้าง เนื่องจากการปิดล็อกดาวน์ในช่วงเดือนเม.ย.ทั้งเดือน และข้อจำกัดในการทำธุรกรรมและกิจกรรมต่างๆ ทำให้การโอนชะลอตัวลงบ้าง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/63 ที่คาดว่าจะเป็นไตรมาสที่มีรายได้ต่ำสุดในปีนี้ราว 900-1,000 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1/63 ที่ทำรายได้ 2.1 พันล้านบาท ทำให้รายได้ในครึ่งปีแรกน่าจะทำได้ราว 3 พันล้านบาทเท่านั้น

อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าการทยอยผ่อนคลายมาตรการของภาครัฐในปัจจุบันและในระยะต่อไป และการที่สถานการณ์โควิด-19 ในไทยสามารถควบคุมได้ ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังจะทยอยกลับมาสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้การโอนโครงการให้กับลูกค้าทำได้มากขึ้น โดยที่ในช่วงครึ่งปีหลัง จะมีโครงการคอนโดมิเนียมทยอยโอนเพิ่มเข้ามา 3 โครงการ ตั้งแต่ไตรมาส 3/63 เป็นต้นไป คือ โครงการ NOBLE BE19 สุขุมวิท โครงการ NOBLE AROUND สุขุมวิท 33 และโครงการ NUE Noble แจ้งวัฒนะ โดยคาดว่าจะมียอดรับรู้รายได้จากมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) เข้ามาเกือบ 8 พันล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง จาก Backlog ที่มีอยู่กว่า 1.54 หมื่นล้านบาท ทำให้รายได้ในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย

นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าระบายสต็อกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมโอนที่มีมูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านบาท เพื่อสร้างรายได้และกระแสเงินสดกลับเข้ามาให้กับบริษัท ซึ่งตั้งเป้าระบายสต็อกโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมโอนในปีนี้อยู่ที่ 2 พันล้านบาท ซึ่งได้ขายไปบางส่วนแล้วในช่วงครึ่งปีแรก โดยที่บริษัทได้มีการปรับลดราคาลงมาเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงมากขึ้น และในวันที่ 1 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ บริษัทจะออกแคมเปญมากระตุ้นการระบายสต็อกเพิ่มเติมด้วย อ่านเพิ่มเติม

LPN พุ่งแรง 13.86% อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง-แผนซื้อหุ้นคืน

LPN พุ่งแรง 13.86% อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง-แผนซื้อหุ้นคืน

LPN พุ่งแรง 13.86% โบรกฯมองเก็งกำไรจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง-แผนซื้อหุ้นคืน

หุ้น LPN ราคาพุ่งแรง 13.86% มาอยู่ที่ 5.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท มูลค่าซื้อขาย 181.04 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.02 น. โดยเปิดตลาดที่ 5.45 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 5.75 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 5.35 บาท

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) คาดว่าแม้ผลการดำเนินงานที่ผ่านมามีกำไรลดลง แต่มีความพร้อมด้านกระแสเงินสด ระยะสั้นคาดว่าจะมีการเก็งกำไรต่อได้ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผล ณ ราคาปิดวันศุกร์ยังสูงเป็น 19.8% และเริ่มตั้งแต่มิ.ย.ก็แรงพยุงจากการซื้อหุ้นคืนอีก แต่คำแนะนำด้านพื้นฐานคือ เต็มมูลค่า (Fully Valued) เพราะแนวโน้มมีกำไรที่จะปรับลงมาก เนื่องจากมียอดขายรอโอน (Backlog) ที่ต่ำ โดยคาดการณ์กำไรหลักปีนี้และปี 64 เป็น -33% และ -10% ตามลำดับ อ่านเพิ่มเติม