ดาวโจนส์ปิดบวก 27.70 จุด ขานรับความหวังเศรษฐกิจฟื้นตัว

ดาวโจนส์ปิดบวก 27.70 จุด ขานรับความหวังเศรษฐกิจฟื้นตัว

หุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 27.70 จุด ขานรับความหวังเศรษฐกิจฟื้นตัว

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (12 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานที่บ่งชี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในสหรัฐเริ่มลดลง และมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพิ่มมากขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,458.40 จุด เพิ่มขึ้น 27.70 จุด หรือ +0.1%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,934.83 จุด เพิ่มขึ้น 18.45 จุด หรือ +0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,095.47 จุด เพิ่มขึ้น 69.70 จุด หรือ +0.50%

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 1%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.2% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.7%

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นว่าสภาคองเกรสสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นด้านการคลังครั้งใหม่เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ และการเปิดเผยรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐที่ดีเกินคาด

บรรดานักลงทุนมีความหวังว่า สภาคองเกรสจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินใกล้เคียงกับที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เสนอที่ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับแนวโน้มที่การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในสหรัฐอาจจะสูงเกินเป้าหมายของปธน.ไบเดนซึ่งเขาต้องการฉีดวัคซีนโควิดให้กับประชาชน 100 ล้านโดสภายใน 100 วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี โดยมีการฉีดวัคซีนไปมากกว่า 26 ล้านโดสแล้วในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ชาวอเมริกันราว 34.7 ล้านคนจาก 331 ล้านคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดสแรกแล้ว

หุ้นกลุ่มพลังงาน, การเงิน และวัสดุ ปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเพราะมีความหวังว่า หุ้นกลุ่มเหล่านี้จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 เดือน และหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นด้วย โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐระยะยาวที่ดีดตัวขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดไม่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐที่ลดลงเกินคาดสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน โดยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 76.2 ในช่วงครึ่งแรกของเดือนก.พ. จากระดับ 79 ในเดือนม.ค. ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดไว้ว่า ดัชนีดังกล่าวจะขยับขึ้นเล็กน้อยแตะ 80.8

ส่วนการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐเป็นไปอย่างซบเซาในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนวันหยุดยาว โดยตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (15 ก.พ.) เนื่องในวันประธานาธิบดี ufabet

หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) พุ่งขึ้น 2.73% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2563 ที่ระดับ 1.86 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.82 ดอลลาร์/หุ้น ขณะเดียวกันคาดว่า จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จะเปิดเผยผลการทดลองวัคซีนโควิด-19 ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ได้ทำการทดลองวัคซีนในระยะที่ 3 กับอาสาสมัครจำนวน 45,000 คน

หุ้นเจเนอรัล อิเลคทริค (GE) พุ่งขึ้น 2.73% หลังบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 4/2563 ที่ระดับ 2.193 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 2.183 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี บริษัทมีกำไรเพียง 8 เซนต์/หุ้น ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 9 เซนต์/หุ้น

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายอื่นๆในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ แอปเปิล, ไมโครซอฟท์, โบอิ้ง, เน็ตฟลิกซ์ และเทสลา

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย ด้านนักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% ขณะที่ตลาดจับตาดูว่าเฟดจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือนหรือไม่ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 9.5% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 6 ปี

ทางด้านผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 89.3 ในเดือนม.ค. จากระดับ 87.1 ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 89.0 โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า, สถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2563 (ประมาณการเบื้องต้น), ยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนธ.ค., ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *