ดาวโจนส์ปิดบวก 229.29 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ-หุ้นเหมือง

ดาวโจนส์ปิดบวก 229.29 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ-หุ้นเหมือง

หุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 229.29 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ-หุ้นเหมือง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (1 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นแอมะซอนดอทคอมที่ทะยานขึ้นกว่า 4% ก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการในวันนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่ดีดตัวขึ้นหลังจากราคาโลหะเงินพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี อันเนื่องมาจากคำสั่งซื้อของนักลงทุนรายย่อย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,211.91 จุด เพิ่มขึ้น 229.29 จุด หรือ + 0.76% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,773.86 จุด เพิ่มขึ้น 59.62 จุด หรือ +1.61% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,403.39 จุด เพิ่มขึ้น 332.70 จุด หรือ +2.55%

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นทั้งหมด นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่พุ่งขึ้นกว่า 2.5% โดยหุ้นแอมะซอนดอทคอม ทะยานขึ้น 4.26% หุ้นอัลฟาเบท พุ่งขึ้น 3.6% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 3.32% หุ้นแอปเปิล บวก 1.65% หุ้นเฟซบุ๊ก ดีดตัวขึ้น 1.42% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ บวก 1.25%

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่พุ่งขึ้น นำโดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอร์แกน พุ่งขึ้น 4.95% หุ้นอัลโค อิงค์ พุ่งขึ้น 4.5% หุ้นยูไนเต็ด สเตทส์ สตีล ดีดขึ้น 2.08% โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ได้แรงหนุนจากราคาโลหะเงินที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี หลังนักลงทุนรายย่อยในตลาดหุ้นสหรัฐได้เล็งเป้าหมายใหม่เป็นโลหะเงินเพื่อดันราคาขึ้น หลังจากที่ได้ใช้กลยุทธ์ในลักษณะเดียวกันนี้กับหุ้น GameStop เพื่อสั่งสอนกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ที่มักเก็งกำไรด้วยการขายชอร์ต

หุ้น GameStop ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายวิดีโอเกมชื่อดังในสหรัฐ ร่วงลง 30.77% ซึ่งช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนในตลาด หลังจากที่ราคาหุ้น GameStop พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากนักลงทุนรายย่อยในห้อง WallStreetBets ซึ่งมีสมาชิกกว่า 7.6 ล้านรายบนเว็บบอร์ด Reddit ได้เล็งเป้าหมายที่จะผลักดันราคาหุ้น GameStop ให้สูงขึ้นเพื่อกดดันให้เฮดจ์ฟันด์ต้องกลับเข้าซื้อคืนหุ้นดังกล่าวเพื่อตัดขาดทุน หลังจากที่ได้ขายชอร์ตก่อนหน้านี้ โดยเก็งว่า GameStop จะต้องปิดกิจการในไม่ช้า

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ โดยไอเอชเอส มาร์กิต ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 59.2 ในเดือนม.ค. จากระดับ 57.1 ในเดือนธ.ค. โดยดัชนี PMI เดือนม.ค.ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในเดือนพ.ค.2550

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่เริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในปี 2545 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.9% หลังจากพุ่งขึ้น 1.1% ในเดือนพ.ย.

นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทำเนียบขาว โดยรายงานล่าสุดระบุว่า วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน 10 คนได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนปรับลดวงเงินในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงจากระดับ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อให้สามารถผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนม.ค.จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนม.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนม.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค. และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค. ufa

ตลาดหุ้นอเมริกา คืออะไร : วิธีการซื้อหุ้น, ตลาดหุ้นอเมริกาเปิดกี่โมง?

ตลาดหุ้นอเมริกาได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน เนื่องจากมีหุ้นเทคโนโลยีชื่อดังก้องโลก เช่น Facebook, Google, Amazon ซึ่งนับว่าเป็น 3 บริษัทที่เปลี่ยนโลกไปอย่างสิ้นเชิง และราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ก้มีมูลค่ามหาศาล ในบทความนี้เราจึงต้องการพาคุณไปเรียนรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้นอเมริกาให้มากยิ่งขึ้น

ออกตัวก่อนว่า บทความนี้จะอธิบายเรื่องพื้นฐานโดยไม่ได้มี “เทคนิค” ในการเข้าเทรดใดๆ โดยเป็นบทความสำหรับมือใหม่ “ตั้งแต่ศูนย์” อธิบายตั้งแต่ ตลาดหุ้นอเมริกาคืออะไร แล้วหุ้นที่อยู่ในตลาดหุ้นอเมริกา มีอะไรบ้าง? เวลาเปิด-ปิดของตลาด การเปิดโปรแกรมดูกราฟ และวิธีการกดปุ่มซื้อขายในเบื้องต้น ไปลุยกันเลย!

ตลาดหุ้นอเมริมา

ตลาดหุ้นอเมริกา คือ สถานที่อันที่ศูนย์กลางในการซื้อขายตราสารทุน หรือที่เรียกว่า “หุ้น” ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งก็เปรียบเสมือนตลาดหุ้นแห่งประเทศไทยของบ้าน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ SET แต่สำหรับตลาดหุ้นอเมริกาจะมีตราสารทางการเงินที่หลากหลายกว่ามาก

ในสหรัฐฯ จะมีตลาดหุ้นหลักถึง 2 แห่ง ซึ่งมันยังเป็น 2 ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ได้แก่ “ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก” (New York Stock Exchange) และตลาด “แนสแด็ก” (Nasdaq Stock Exchange) ซึ่ง Nasdaq เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งที่สองของสหรัฐฯ ดังนั้นเราจะเห็นว่า เวลานักลงทุนพูดคำว่า “ตลาดหุ้นอเมริกา” จะหมายถึง 2 ตลาดหลักของสหรัฐฯ คือ New York และ Nasdaq

ตัวอย่างบริษัทระดับโลกที่คุ้นหูกันดีที่ได้จดทะเบียนระดมทุนในตลาดหุ้นอเมริกา เช่น Amazon, Netflix, Facebook หรือแม้แต่บริษัทสัญชาติจีนอย่าง Alibaba ของ Jack Ma ก็เลือกที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาด Nasdaq เพราะมีพัฒนาการที่ยาวนาน และในดินแดนสหรัฐฯ มี Investment Banker ที่เชี่ยวชาญกว่ามาก จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าที่ Alibaba ต้องยอมไปอยู่ในตลาดหุ้นอเมริกา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *